ทำไม เลสเตอร์ ซิตี้ ยังไม่เสริมทัพ | TunGame

เลสเตอร์ ซิตี้ เป็นเพียงทีมเดียวใน 5 ลีกดังที่ยังไม่เสริมตัวผู้เล่นเข้าสู่ทีม แม้แต่คนเดียว

แม้จะสูญเสียตัวผู้เล่นตัวสำคัญอย่าง แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ผู้รักษาประตูและกัปตันทีม ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหาคนใหม่มาเเทน

หรือตัวที่มีข่าวว่าจะเสียไป อย่าง ยูรี ตีเลอมันส์ ที่มีข่าวกับ อาร์เซนอล ก็ยังคาราคาซัง

รวมถึง เวสลีย์ โฟฟานา กับ เชลซี และ เจมส์ แมดดิสัน ที่ได้ความสนใจจาก นิวคาสเซิล พร้อมทุ่มคว้าตัว

อีกไม่กี่วันจะเปิดฤดูกาลใหม่ศึก พรีเมียร์ลีก 2022/23 เเล้ว

เเละอีกไม่กี่สัปดาห์ ตลาดซื้อขายจะปิดในวันที่ 1 กันยายน

แต่ ทำไม เลสเตอร์ ซิตี้ ยังนิ่งและยังไม่เสริมทัพ?!

ทำไม เลสเตอร์ ยังไม่เสริม!?

1. เลสเตอร์ หลีกเลี่ยงตลาดการซื้อขายนักเตะที่บ้าคลั่ง

ยังคงเป็นตลาดซื้อขายนักเตะที่เเต่ละทีมตั้งราคานักเตะเว่อร์ๆ ซึ่งมีหลายดีลที่มีมูลค่าราคาสูงเป็นสถิติใหม่ของสโมสร

เช่น การย้ายมาของ ดาร์วิน นูนเญซ ที่ย้ายมา ลิเวอร์พูล ด้วยมูลค่า 100 ล้านยูโร เป็นสถิติใหม่ของสโมสร

ด้วยความที่ เลสเตอร์ ซิตี้ เป็นทีมที่ไม่ค่อยทุ่มซื้อนักเตะราคาแพงอยู่แล้ว

โดยจะคอยเสาะหานักเตะเพชรในตม ที่มีราคาสมเหตุสมผลมาใช้งาน และสามารถขายต่อได้ราคาที่ดีได้

ยกตัวอย่าง แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ที่ เลสเตอร์ ซื้อมา เพียง 13 ล้านปอนด์ จาก ฮัลล์ ซิตี้ แต่ขายให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดไปถึง 85 ล้านปอนด์

เบรนแดน ร็อดเจอร์ส แจ้งกับสโมสรว่าต้องการนักเตะเข้ามาใหม่ แต่ก็ยอมรับว่า ทีมจะไม่ทุ่มเงินอย่างบ้าคลั่ง

คุณ อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานสโมสร เลสเตอร์ ซิตี้ ได้ออกมาเผยสาเหตุที่ทีมยังไม่มีการเสริมทัพถึงตอนนี้ว่า

เป็นเพราะตลาดนักเตะยังไม่เอื้อต่อการเสริมทีม และยืนยันว่ายังมีเวลาเพียงพอต่อการเสริมทัพ

2. เลสเตอร์ ต้องขายนักเตะที่มีก่อนเพื่อพยุงการเงินของสโมสร

เลสเตอร์ ไม่ได้มีปัญหาการเงินย่ำเเย่ขนาดนั้น เเต่สโมสรนี้จะไม่ใช้เงินที่พวกเขาหามาไม่ได้ หรือการก่อหนี้ใหม่ขึ้นมานั่นเอง

ซึ่ง เลสเตอร์ เป็นสโมสรที่มีวินัยการเงินสูง เเละมีนโยบายพยุงการเงินของสโมสรให้ติดลบน้อยที่สุด

นั่นคือ งบการซื้อตัวนักเตะต้องสัมพันธ์กับการปล่อยนักเตะออกไป

ในปี 2016 ที่ เลสเตอร์ เสริมทัพไปกว่า 82 ล้านปอนด์ แต่เงินการซื้อนักเตะส่วนหนึ่งมาจากการขายนักเตะคนสำคัญอย่าง เอ็นโกโล่ ก็องเต้ และคนอื่นๆรวมได้ 60 ล้านปอนด์

ปี 2017 ใช้เงินไป 75 ล้านปอนด์ แต่ได้เงินจากขายนักเตะอย่าง แดนนี่ ดริงค์วอเตอร์ 35 ล้านปอนด์เเละอื่นๆรวมเป็นราว 50 ล้านปอนด์

ปี 2018 ใช้เงินไป 100 ล้านปอนด์ แต่ได้เงินจากการขาย ริยาด มาห์เรซ 60 ล้านปอนด์ เเละอื่นๆรวมเป็นราว 90 ล้านปอนด์

และปี 2019 ใช้เงินไป 90 ล้านปอนด์ เเต่การขาย แฮร์รี่ แม็กไกวร์ คนเดียว ได้ไป 85 ล้านปอนด์ บัญชีก็เเทบจะไม่ติดลบ

และ จุดเปลี่ยนที่สำคัญ คือ โควิด-19 ที่ทำให้สโมสรขาดรายได้และขาดทุนไปกว่า 50 ล้านปอนด์

รวมถึงการที่สโมสรตั้งแผนทุ่มเงินจำนวนมากลงทุนไปยังสนามซ้อม Seagrave และการปรับปรุงสนาม คิงส์ พาวเวอร์ สเตเดี้ยม ซึ่งเริ่มโครงการเเล้ว ตั้งแต่ปี 2020

เเละ 1 ปีที่ผ่านมารวมถึงปีนี้ ขายนักเตะได้ไปเพียง 4 ล้านปอนด์ เท่านั้น!!

นักเตะคนสุดท้ายที่ขายได้ราคา คือ เบน ชิลเวลล์ ที่ขายให้ เชลซี ได้เงินมา 50 ล้านปอนด์ เมื่อปี 2020/21

ตัวที่จะขายได้ราคาอย่าง ยูรี ตีเลอมันส์ ก็ยังไม่มีข้อเสนออย่างเป็นทางการจาก อาร์เซนอล

จึงทำให้ เลสเตอร์ ต้องรัดเข็มขัดสุดๆในตอนนี้ และไม่กล้าผลีผลามเสริมทีมด้วยเหตุนี้

3. เลสเตอร์ มีขนาดทีมที่ใหญ่เพียงพอเเล้ว แต่ขาดคุณภาพ

เลสเตอร์ มีนักเตะชุดใหญ่ให้เลือกใช้เกินกว่า 25 คน แต่ขาดคุณภาพในการเบียดกับทีมระดับหัวตาราง

โดย เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ยอมรับว่า ทีมต้องกำจัดนักเตะที่ไม่ได้ใช้ออกไปก่อน

ปีก่อน นักเตะอย่าง ปาปี้ เมนดี้ ไม่ได้ถูกลงทะเบียนในการแข่งขันทั้ง พรีเมียร์ลีก และ ยูโรป้า ลีก

ทำให้ต้องจ่ายค่าเหนื่อยไปฟรีๆ

ด้วยความที่สถานะการเงินที่เเย่ลง ปีนี้ เลสเตอร์ ไม่ยอมที่จะเสียเงินค่าเหนื่อยไปฟรีๆเหมือนปีก่อนแล้ว

จึงต้องพยายามขายนักเตะส่วนเกินออกไปก่อน เพื่อที่จะใช้งบค่าเหนื่อยให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

มาดูกันว่า เลสเตอร์ ของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส จะได้นักเตะก่อนปิดตลาดการซื้อขายและจะเสียนักเตะแกนหลักไปอีกหรือไม่ ซึ่งไม่แน่ว่าหากวันที่ 1 กันยายน เลสเตอร์ ยังไม่ได้ใครเข้ามาเสริมทีม ก็น่าเป็นห่วงต่อการสู้ศึกพรีเมียร์ลีกในปีนี้

ลอร์ดเอ็ม

ลอร์ดเอ็ม

ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินการลงทุน ที่ทำงานประจำเป็นงานอดิเรก เเละมีฟุตบอลเเละเเมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเป็นงานประจำ

แชร์เนื้อหา