จัดอันดับ 6 ศูนย์หน้าตัวเป้าของ ลิเวอร์พูล ที่มีราคาแพงที่สุด | TunGame

ดาร์วิน นูนเญซ กลายเป็นนักเตะที่แพงที่สุดรายใหม่ของทีมหงส์แดง “ลิเวอร์พูล”

ด้วยค่าตัวสถิติสโมสรสูงถึง 85 ล้านปอนด์ หรือ 100 ล้านยูโร

แซงหน้าสถิติของ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ 75 ล้านปอนด์ ที่ย้ายมาจาก เซาธ์แฮมป์ตัน

โดย ดาร์วิน นูนเญซ ถือว่าเป็น ศูนย์หน้าตัวเป้า ที่แพงที่สุดในประวัติศาสตร์ของ ลิเวอร์พูล เช่นเดียวกัน

แต่ก่อนที่ นูนเญซ จะมา มีใครบ้างในอดีตที่ ลิเวอร์พูล เคยทุ่มค่าตัวเป็นสถิติในตำเเหน่ง ศูนย์หน้าตัวเป้า (ไม่รวม ตัวรุกหรือกองหน้าริมเส้น)

อันดับที่ 1 – ดาร์วิน นูนเญซ ค่าตัว 85 ล้านปอนด์ จาก เบนฟิก้า ปี 2022

ดาร์วิน นูนเญซ ถือว่าเป็นหนึ่งในการเสริมทัพที่น่าจับตามองสำหรับ “ลิเวอร์พูล” ในซัมเมอร์นี้

โดยจะมาเเทนที่ หมายเลข 10 อย่าง ซาดิโอ มาเน่ ที่กำลังจะย้ายออกไป

ดาร์วิน นูนเญซ มีความเร็วที่จัดจ้าน และทักษะการจบสกอร์อันเฉียบคม ที่เล่นงานใส่ลิเวอร์พูลมาเเล้ว

โดย ดาร์วิน นูนเญซ เซ็นสัญญา 6 ปี สวมหมายเลข 27

อันดับที่ 2 – ดีโอโก้ โจต้า ค่าตัว 45 ล้านปอนด์ จาก วูล์ฟแฮมป์ตัน ปี 2020

นี่เป็นดีลที่ค่อนข้างเซอร์ไพรส์ เนื่องจาก ลิเวอร์พูลเหมือนให้ความสนใจ อดาม่า ตราโอเร่ ที่เป็นดาวเด่นของ วูล์ฟแฮมป์ตัน

และแทบไม่มีใครรู้จักเจ้าหนุ่ม ดีโอโก้ โจต้า นี้เท่าไหร่นัก

เจอร์เก้น คล็อปป์ เปิดเผยว่า ดีโอโก้ โจต้า อยู่ในเรดาร์ของเขามาเป็นเวลานาน 2-3 ปี

คล็อปป์ ได้รออย่างใจเย็นเเละจังหวะที่เหมาะสม ก่อนที่จะมีการย้ายตัวเกิดขึ้น

ดีโอโก้ โจต้า สร้างความประทับใจได้ทันที ในการปรากฏตัวครั้งแรกในพรีเมียร์ลีกในฐานะตัวสำรองกับอาร์เซนอล เมื่อวันที่ 28 กันยายน โดยทำประตูที่สามให้กับลิเวอร์พูล และชนะ 3-1

เขาได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมตลอดทั้งฤดูกาลเเรก คอยช่วยเหลือ หมุนเวียนเพื่อช่วย สามแนวรุกประจำของลิเวอร์พูล ซาลาห์ มาเน่ และ เฟอร์มิโน่

อันดับที่ 3 – แอนดี้ แคร์โรลล์ ค่าตัว 35 ล้านปอนด์ จาก นิวคาสเซิ่ล ปี 2011

แอนดี้ แคร์โรลล์ ถูกซื้อมาร่วมทีมด้วยค่าตัวสถิติสโมสร 35 ล้านปอนด์ ในวันสุดท้ายของการซื้อขายหน้าหนาวปี 2011

เพื่อมาทดแทนการขาดหายไปของ เฟร์นานโด ตอร์เรส ที่ย้ายไปร่วมทีมเชลซี

กว่าจะได้เปิดตัว แอนดี้ แคร์โรลล์ ต้องรอฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บ และต้องรอถึง มีนาคมปี 2011

และเขายิงสองประตูแรกของเขาให้กับสโมสรใหม่ของเขาในเดือนเมษายน 2011 ในเกมที่ชนะแมนเชสเตอร์ซิตี้ 3-0

อย่างไรก็ตาม แอนดี้ แคร์โรลล์ ประสบอาการบาดเจ็บบ่อยครั้งจนมีฟอร์มที่ไม่ค่อยดีนัก

ทำให้ยิงได้เพียง 6 ประตู จากการลงเล่น 44 นัด ให้กับ ลิเวอร์พูล ถือเป็นความล้มเหลวอย่างแท้จริง

อันดับที่ 4 – คริสเตียน เบนเตเก้ ค่าตัว 32.5 ล้านปอนด์ จาก แอสตัน วิลล่า ปี 2015

คริสเตียน เบนเตเก้ มีผลงานที่ยอดเยี่ยมก่อนที่จะย้ายมาเล่นกับลิเวอร์พูล โดย เบนเตเก้ ยิงไปทั้งหมด 49 ประตู ให้กับ แอสตัน วิลล่า จากการเล่น 3 ฤดูกาล

ก่อนจะเข้าตา ลิเวอร์พูล ที่มีปัญหาด้านกองหน้า หลังจากที่ หลุยส์ ซัวเรส ได้ออกจากทีมไป

อย่างไรก็ตาม คริสเตียน เบนเตเก้ ไม่สามารถโชว์ฟอร์มได้ดีนัก

โดยความล้มเหลว นั้นมาจาก จุดแข็งของ เบนเตเก้ ที่บึกบึนเล่นลูกอากาศได้ดี แต่ดูจะไม่เหมาะกับสไตล์การเล่นของลิเวอร์พูลอย่างชัดเจน

เบนเตเก้มีปัญหาในการปรับตัวให้เข้ากับการเล่น counter attack ของลิเวอร์พูลและการใช้บอลบนพื้นเป็นหลักในการเล่นเกมรุก

ความประทับใจเดียวของ เบนเตเก้ คือ ลูกยิงโอเวอร์เฮด คิกส์ ใส้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดและยิงได้ทั้งหมดสี่ประตูใน 9 นัดแรกของเขา แต่หลังจากนั้น ความมั่นใจในตนเองของเขาดูเหมือนจะหายไป

คริสเตียน เบนเตเก้ อยู่กับลิเวอร์พูล เพียง 1 ฤดูกาล เล่นไป 42 นัดยิงได้ 10 ประตู ก่อนถูกขายให้กับ คริสตัล พาเลซ ด้วยค่าตัว 27 ล้านปอนด์

อันดับที่ 5 – โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ ค่าตัว 32.5 ล้านปอนด์ จาก ฮอฟเฟ่นไฮม์ ปี 2015

โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ เริ่มต้นได้อย่างช้าๆ ที่ Liverpool ในยุคของ แบรนดอน ร็อดเจอร์

แต่ ภายหลัง เจอร์เก้น คล๊อปป์ มาถึงในฐานะผู้จัดการทีม ผลงานของเขาก็ดีขึ้น

เขาเป็นผู้เล่นพรีเมียร์ลีกที่มีผลงานดีที่สุดในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล 2015/16 ในแง่ของการมีส่วนร่วมกับประตู ( ทำประตูและแอสซิสต์รวมกัน)

ฤดูกาล 2017/18 นั้นดียิ่งขึ้นสำหรับ โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ ซึ่งได้ใช้หมายเลข 9 เป็นครั้งแรก

การมี โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เข้ามาช่วย ทำให้ เขาต้องเล่นเป็นกองหน้าตั้วปั้น

แต่ โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ ก็ยังยิงได้ 26 ประตูในทุกการแข่งขัน โดยเป็น 11 ประตูใน ยูฟ่า แชมป์เปี้ยน ลีก

โดย เฟอร์มิโน่ ลงเล่นทุกนัดในพรีเมียร์ลีก และติดทีมชาติบราซิลไปลุยในฟุตบอลโลก

โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ มีส่วนสำคัญในการคว้าแชมป์ต่างๆของลิเวอร์พูล ใน ยุค เจอร์เก้น คล๊อปป์

ไม่ว่าจะเป็น ยูฟ่า แชมป์เปี้ยน ลีก ปี 2019 พรีเมียร์ลีก ปี 2020 รวมถึง เอฟเอ คัพ และคาราบาว คัพ ปี 2022

อันดับที่ 6 – หลุยส์ ซัวเรซ ค่าตัว 23 ล้านปอนด์ จาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ปี 2011

หลุยส์ ซัวเรซ ถูกดึงมาด้วย ค่าตัวสูงถึง 23 ล้านปอนด์ ถือเป็นการเสริมทัพที่แพงที่สุดในประวัติศาสตร์ ลิเวอร์พูล ในตอนนั้น

เพื่อทดแทนการจากไปของ เฟร์นานโด ตอร์เรส ที่ย้ายไปอยู่กับเชลซีด้วยค่าตัว 50 ล้านปอนด์

ไม่นาน หลุยส์ ซัวเรซ ได้ก้าวขึ้นมายึดครองหัวใจแฟนบอล ”เดอะ ค็อป’ ได้อย่างรวดเร็ว

หลุยส์ ซัวเรซ ระเบิดฟอร์มสุดยอดใน ฤดูกาล 2013/14 ลงไปทั้งหมด 33 นัด ยิงไป 31 ประตู ในพรีเมียร์ลีก

ช็อตที่น่าเศร้าคือ หลุยส์ ซัวเรซ ถึงกับกลั้นตาไม่อยู่ ในนัดที่เสมอกับ คริสตัล พาเลส 3-3 ที่ทำให้ความหวังในการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกของลิเวอร์พูลแทบจะดับไป

หลังจากนั้น หลุยส์ ซัวเรซ ก็ขอเรื่องย้ายทีม ถึงแม้ ลิเวอร์พูล พยายามจะรั้งเขาไว้ทุกทาง ก็รั้งไม่อยู่

สุดท้าย ซัวเรส ก็เลือกที่จะย้ายทีมไปอยู่กับ บาร์เซโลนา

ทำให้ หลุยส์ ซัวเรซ ปิดฉาก 82 ประตู จาก 133 นัดกับลิเวอร์พูล

น่าสนใจว่าการมาของกองหน้าตัวเป้าสถิติสโมสรอย่าง ดาร์วิน นูนเญซ ด้วยค่าตัวเป็นสถิติ จะทนต่อความกดดันที่มีมหาศาลจากค่าตัวที่สูงเป็นประวัติศาสตร์และการลุ้นแชมป์ พรีเมียร์ลีก ที่ช่วงหลังๆการลุ้นแชมป์ไม่สามารถพลาดได้เลยแม้แต่นัดเดียว

ดาร์วิน นูนเญซ

ลอร์ดเอ็ม

ลอร์ดเอ็ม

ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินการลงทุน ที่ทำงานประจำเป็นงานอดิเรก เเละมีฟุตบอลเเละเเมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเป็นงานประจำ

แชร์เนื้อหา