สรุปเรื่องราวการแพร่ระบาดระลอกใหม่ของโควิด 19 กับฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ | TunGame

กลับมาไม่สงบสุขอีกครั้งหลังทั่วโลกต้องกลับมาต่อสู้กับการแพร่ระบาดครั้งใหม่ของโควิด 19 ภายใต้สายพันธุ์โอมิครอน ซึ่งประเทศที่หนักหนาสาหัสมากที่สุดในตอนนี้ก็คงจะหนีไม่พ้นประเทศอังกฤษที่พบผู้ติดเชื้อแบบก้าวกระโดดอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น ทันเกม จะมาสรุปประเด็นน่าสนใจต่างๆที่เจ้าไวรัสตัวแสบได้สร้างผลกระทบให้กับฟุตบอลพรีเมียร์ลีกกัน

กลับมาแล้วจ้า … สรุปประเด็นการแพร่ระบาดครั้งใหม่ของโควิด 19 ที่กระทบต่อ พรีเมียร์ลีกอังกฤษ

เนื้อหา

มีเรื่องกลับมาให้ปวดหัวใหม่กันอีกแล้วหลังจากเจ้าโคโรน่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่อย่างโอมิครอนกำลังแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วไปทั่วโลก ซึ่งฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษก็เริ่มได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงเช่นเดียวกันโดยในวันจันทร์ที่ 13 ธ.ค. ที่ผ่านมา มีนักเตะรวมถึงทีมงานสต๊าฟโค้ชในสโมสรพรีเมียร์ลีกติดเชื้อโควิดไปถึง 42 คน และนี่ถือเป็นตัวเลขจำนวนผู้ติดเชื้อสูงสุดนับตั้งแต่ลีกสูงสุดของอังกฤษกลับมาเตะตั้งแต่เริ่มโปรเจค “รีสตาร์ท” ในช่วงระหว่างฤดูกาล 2019/2020 ดังนั้น ทันเกม จะมาทำการสรุปประเด็นต่างๆ ให้แฟนเพจได้อ่านกัน

โควิดกลับมาเริ่มระบาดในพรีเมียร์ลีกได้อย่างไร ?

เกมส์พรีเมียร์ลีกเมื่อวันที่ 5 ธ.ค. ระหว่าง ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ส กับ นอริช ซิติ้ น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของการแพร่ระบาดระลอกใหม่นี้ โดยที่หลังจากนั้น อันโตนิโอ คอนเต้ ได้ออกมาแถลงข่าวก่อนเกมส์ ยูโรปา คอนเฟอเรนซ์ ลีก กับแรนส์ (ซึ่งก็โดนยกเลิกในที่สุด) ว่าทีมไก่เดือยทองมีนักเตะติดโควิด 8 คน และมีนักเตะให้เลือกใช้งานเพียง 10 คนเท่านั้น ในขณะเดียวกัน นอริช ซิติ้ ก็มีนักเตะติดโควิด 1 คน หลังเกมส์กับ สเปอร์ส

ต่อมา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ได้รับผลกระทบจากโควิด 19 หลังเกมส์ที่บุกไปชนะ นอริชฯ 0-1 ในวันที่ 11 ธ.ค. โดยคาดว่ามีนักเตะ 4 คน รวมถึงสต๊าฟโค้ชทีมชุดใหญ่บางส่วนถูกตรวจพบเชื้อโควิด (ณ ตอนนี้ติดไป 10 กว่าคนแล้ว) ซึ่งทำให้สโมสรต้องปิดสนามซ้อมแคร์ริงตันและต้องเลื่อนเกมส์ที่จะออกไปเยือน เบรนท์ฟอร์ด ในช่วงคืนวันอังคารที่ 14 ธ.ค. ออกไป ในขณะเดียวกัน เกมส์ระหว่าง เบิร์นลี่ย์ และ วัตฟอร์ด รวมถึงเกมส์ที่ เลสเตอร์ ซิติ้ ต้องเจอกับ สเปอร์ส ในช่วงกลางสัปดาห์ก็ต้องมาถูกเลื่อน นอกจากนี้ความวุ่นวายก็ยังคงดำเนินต่อไปเพราะ 5 เกมส์ในสุดสัปดาห์นี้ก็มาโดนยกเลิกไปอีก

แล้วพรีเมียร์ลีกมีวิธีการรับมืออย่างไร ?

ปัญหาที่เกิดขึ้นส่งผลให้พรีเมียร์ลีกต้องปรับมาตรการในการตรวจหาเชื้อโควิด 19 ในหมู่นักฟุตบอลและสต๊าฟโค้ชใหม่ โดยที่ทุกวัน ทุกคนจะต้องตรวจหาเชื้อแบบแอนติเจนก่อนเข้าสนามซ้อม นอกจากนี้พวกเขาต้องได้รับการตรวจแบบพีซีอาร์ 2 ครั้งต่ออาทิตย์ซึ่งวิธีการแบบนี้เป็นวิธีการที่ใช้ในฤดูกาลที่แล้วก่อนที่จะมาเปลี่ยนเป็นการตรวจแอนติเจนแทนในฤดูกาลปัจจุบัน ขณะเดียวกัน การสวมหน้ากาก การกำหนดเวลาฟื้นฟูสภาพร่างกายที่ต้องมีการสัมผัสและการเว้นระยะห่างทางสังคมหรือ Social Distancing ก็ได้ถูกนำมาบังคับใช้แบบจริงจังอีกครั้ง

ในส่วนของแฟนบอลเอง พรีเมียร์ลีกได้ตอบรับและสนับสนุนแผนของรัฐบาลอังกฤษที่เรียกว่า “แพลนบี” ซึ่งกำหนดให้ผู้เข้าชมกีฬาในสนามแข่งขันที่มีความจุมากกว่า 10,000 คน ต้องได้รับวัคซีนอย่างน้อย 2 เข็มหรือมีผลการตรวจแอนติเจนเป็นลบไม่เกิน 48 ชั่วโมงก่อนเข้าไปในสนามแข่งขัน โดย พอล บาร์เบอร์ 1 ในผู้บริหารของสโมสรไบรท์ตันฯ กล่าวว่า “เราหวังว่าการที่สโมสรปฏิบัติตามมาตราการของรัฐบาลนั้นจะช่วยปกป้องระบบสารณสุขของเราในขณะที่ยังทำให้แฟนบอลเข้ามารับชมเกมส์ในสนามแบบเต็มจำนวนได้อยู่”

นักฟุตบอลพรีเมียร์ลีกฉีดวัคซีนถึงไหนแล้ว ?

จากรายงานล่าสุดเมื่อประมาณกลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมา 68% ของนักฟุตบอลที่ค้าแข้งในพรีเมียร์ลีกได้รับวัคซีนครบ 2 เข็มแล้ว ซึ่งเมื่อเทียบจำนวนกับลีกใหญ่อื่นๆของยุโรปเช่น บุนเดสลีกาของเยอรมัน และ กัลโช่ เซเรีย อาของอิตาลี ตัวเลขของพรีเมียร์ลีกยังต่ำอยู่กว่าพอสมควรเพราะอัตราการฉีดวัคซีนของทั้ง 2 ลีกที่กล่าวมาข้างต้นมีอัตราการฉีดสูงถึง 94% และ 98% ตามลำดับ

ดังนั้นด้วยตัวเลขที่น่ากังวลแบบนี้ก็ทำให้ผู้จัดการทีมหลายๆรายอย่างเช่น เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือของ แมนเชสเตอร์ ซิติ้ ผู้สูญเสียคุณแม่จากเชื้อโควิด-19 ได้ออกมาสนับสนุนให้นักฟุตบอลฉีดวัคซีนและใช้ชิวิตอย่างระมัดระวัง อย่างไรก็ตาม ฌอน ไดซ์ ผู้จัดการทีมของ เบิร์นลี่ย์ ได้ออกมาแสดงทัศนะที่แตกต่างจากกุนซือชาวคาตาลันอย่างสิ้นเชิงโดยเขาให้ความเห็นว่า “แน่นอนเรามีผู้เล่นที่ยังไม่ได้รับวัคซีนครบโดส แต่มันก็เป็นสิทธิ์ส่วนบุคคลและผมจะไม่ไปสั่งสอนให้พวกเขาให้ฉีดวัคซีนถึงแม้ผมจะฉีดไปแล้ว 3 เข็มแล้วก็ตาม”

สโมสรในพรีเมียร์ลีกเริ่มแสดงความกังวล

หลายๆสโมสรก็ได้เริ่มแสดงความกังวลหลังจากมีจำนวนเคสที่ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆโดย โธมัส แฟรงค์ กุนซือของสโมสรเบรนท์ฟอร์ดได้ออกมาร้องขอพรีเมียร์ลีกให้ยกเลิกเกมส์การแข่งขันในสุดสัปดาห์นี้รวมถึง คาราบาว คัพ ในช่วงกลางสัปดาห์หน้าเพื่อให้ทุกทีมในเคลียร์ทุกอย่างให้เรียบร้อยในช่วงและทำให้เกมส์กลับแข่งขันได้ในช่วงบ๊อกซิ่ง เดย์

ในขณะเดียวกัน สโมสรในพรีเมียร์ลีกหลายๆสโมสรเริ่มไม่พอใจกับนักเตะที่ยังปฏิเสธการรับวัคซีนโดยพวกเขาพิจารณาที่จะใช้มาตราการเดียวกับสโมสรในเยอรมันอย่างเช่น บาเยิร์น มิวนิค ที่มีมาตราการไม่ให้ค่าเหนื่อยแก่นักเตะที่พลาดการลงซ้อมหรือการแข่งขันจากสาเหตุที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน โดยทีมเสือใต้ได้ดำเนินการไปแล้วกับ 5 นักเตะของสโมสรที่ปฏิเสธการฉีดวัคซีนและต้องกักตัวหลังจากสัมผัสเสี่ยงกับผู้ติดเชื้อ เคราะห์ร้ายไปกว่านั้น โยชัว คิมมิช มิลฟิลด์ตัวเก่งของทีมซึ่งเป็น 1 ใน 5 แข้งกลัวเข็มก็มาโชคร้ายได้รับเชื้อและน่าจะกลับมาลงสนามได้อีกทีหลังช่วงปีใหม่เพราะมีเชื้อลงปอด

ทั้งหมดนี้ก็เป็นเรื่องราวความวุ่นวายที่กลับมาอีกครั้งของโคโรน่าไวรัสที่สร้างผลกระทบต่อวงการฟุตบอลอังกฤษ ท้ายที่สุด ทันเกม รวมถึงทุกๆคนคงหวังว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดในครั้งนี้จะคลี่คลายไปได้โดยเร็วและประชากรโลกจะได้กลับมาใช้ชิวิตแบบปกติสุขเวอร์ชัน New Normal ซักที

ตารางแข่งขันพรีเมียร์ลีก

ข่าวล่าสุดจากไทยรัฐ: บอร์ด “พรีเมียร์ลีก” ทนไม่ไหวเตรียมสั่งแข่งไร้แฟนบอลหลังโควิดระบาดรุนแรง

ซาไก

ซาไก

คนป่าหัดเข้าเมืองที่รักและหลงไหลในกีฬาลูกหนังมาตั้งแต่วัยละอ่อน

แชร์เนื้อหา