ตลาดซื้อขายสุดปังของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ | TunGame

สมควรแล้วที่เป็นเต็งแชมป์

ถ้าให้เลือกเพียงทีมเดียวใน พรีเมียร์ลีก ที่ทำการซื้อขายนักเตะได้ยอดเยี่ยมที่สุดในตลาดซื้อขายซัมเมอร์นี้ เชื่อว่าหลายคนคงต้องเลือกทีมเรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้เป็นแน่ จากการซื้อนักเตะคุณภาพหลายคนในราคาที่สมเหตุสมผล รวมถึงการขายนักเตะหลายต่อหลายคนในราคาที่ดีเกินคาด ถึงแม้ว่าตลาดซื้อขายจะยังไม่ปิดตัวลง แต่เชื่อว่าแมนซิตี้ คงจะไม่มีการซื้อขายนักเตะตัวหลักในทีมชุดใหญ่เพิ่มอีก บทความนี้เราจะมาให้ข้อมูลกันว่าทีมเรือใบสีฟ้าทำอะไรไปบ้างในตลาดซื้อขายรอบนี้

เปลี่ยนถ่ายตัวรุก

แน่นอนว่าการซื้อนักเตะที่ฮือฮาที่สุดในซัมเมอร์นี้ของแมนซิตี้ก็คือการไปกระชากตัวเออร์ลิ่ง เบราท์ ฮาลันด์ ยอดเพชฌฆาตดาวยิงมาจากโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ด้วยราคาค่าฉีกสัญญา 60 ล้านยูโร โดยเอาชนะหลายๆทีมชั้นนำจากยุโรปที่ต้องการลายเซ็นกองหน้ารายนี้เช่นกัน ซึ่งถือเป็นราคาที่ถูกมากเมื่อเทียบกับความสามารถและศักยภาพของฮาลันด์ ที่ยิงประตูได้เป็นกอบเป็นกำตลอดอาชีพการเล่น

ซึ่งก่อนจะย้ายมาแมนซิตี้ ฮาลันด์ได้ฝากผลงานยิงให้ต้นสังกัดทุกทีมรวมกันถึง 155 ประตู จากเล่นเพียง 200 นัดเท่านั้น โดยเค้าสามารถทำสถิติดังกล่าวได้ก่อนวัย 22 ปีด้วยซ้ำ และก็คงไม่แปลกใจเลยถ้าหากเค้าจะทำผลงานออกมาในลักษณะเดียวกันเมื่ออยู่กับแมนซิตี้ ทีมที่มีระบบการเล่น การเข้าทำที่ยิงประตูได้มากมายเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

อีกคนที่ต้องพูดถึงก็คือ ฮูเลี่ยน อัลวาเรซ ตัวรุกสารพัดประโยชน์วัย 22 ปีเช่นกันจากอาร์เจนตินา ที่ย้ายมาตั้งแต่เดือนมกราคมด้วยค่าตัวราว 14 ล้านปอนด์ แต่ถูกปล่อยให้ริเวอร์เพลทต้นสังกัดเก่ายืมตัวไปใช้งาน โดยตำแหน่งที่ถนัดของเจ้าตัวก็คือกองหน้าตัวเป้า แต่ก็สามารถขยับไปเล่นริมเส้นได้ดีเช่นเดียวกัน และถึงแม้จะไม่เป็นที่คุ้นชื่อของแฟนบอลมากนัก แต่ก็ได้ถูกเรียกตัวติดทีมชาติอาร์เจนตินาไปแล้วถึง 9 นัด ด้วยค่าตัวที่ถูกและสามารถเล่นได้หลากหลายตำแหน่ง จึงถือได้เป็นการซื้อตัวที่คุ้มค่าของแมนซิตี้อีกคนหนึ่ง

แน่นอนว่าเมื่อมีขาเข้าก็ย่อมต้องมีขาออก และตัวรุก 2 คนจากฤดูกาลที่แล้วที่ต้องเป็นฝ่ายหลีกทางให้กับนักเตะใหม่ก็คือ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง และ กาเบรียล เชซุส ซึ่งจากการที่ทั้งคู่เหลือสัญญาเพียงแค่ 1 ปีและไม่ได้เป็นตัวหลักของกุนซือ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า อีกต่อไป ทำให้แมนซิตี้ตัดสินใจปล่อยตัวทั้งคู่ออกไปให้เชลซีและอาร์เซน่อลตามลำดับ

โดยสิ่งที่น่าสนใจสำหรับ 2 ดีลนี้ก็คือค่าตัวของสเตอร์ลิ่งที่ประมาณ 50 ล้านปอนด์รวมโบนัส กับค่าตัวของเชซุสที่ 45 ล้านปอนด์นั้น รวมกันมากกว่าค่าตัวของฮาลันด์และอัลวาเรซรวมกันซะอีก แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการเจรจาซื้อขายนักเตะของแมนซิตี้ที่ยอดเยี่ยม ที่สามารถขายนักเตะที่ไม่ได้เป็นตัวหลักได้ราคาอย่างดี รวมถึงการซื้อนักเตะอนาคตไกลได้ในราคาที่สมเหตุสมผล เรียกได้ว่าเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงเลยทีเดียว

เสริมคุณภาพกองกลาง

หลังจากที่ แฟร์นันดินโญ่ หมดสัญญาอำลาทีมไป แมนซิตี้ก็จำเป็นต้องหากองกลางคนใหม่เข้ามาเพื่อเพิ่มคุณภาพและมาแข่งขันแย่งชิงตำแหน่งกันในแผงกองกลาง ซึ่งหวยก็ไปออกที่ แคลวิน ฟิลลิปส์ กองกลางทีมชาติอังกฤษจากลีดส์ ยูไนเต็ด ซึ่งผลงานของเจ้าตัวในศึกพรีเมียร์ลีก 2 ฤดูกาลที่ผ่านมาก็พิสูจน์ได้เป็นอย่างดีกับความสามารถของฟิลลิปส์ ที่ปัจจุบันกลายเป็นตัวหลักของแกเร็ธ เซาธ์เกตในทีมชาติอังกฤษชนิดที่ขาดไม่ได้ไปแล้ว

การคว้าตัวฟิลลิปส์นอกจากในเรื่องคุณภาพแล้ว ยังได้ประโยชน์ในเรื่องของโควตาโฮมโกรนด้วย ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่าแมนซิตี้นั้นมีปัญหาเรื่องการลงทะเบียนนักเตะโควตาโฮมโกรนในพรีเมียร์ลีกมาสักระยะแล้ว โดยกฎของพรีเมียร์ลีกระบุว่าต้องมีนักเตะโควตาโฮมโกรนอย่างน้อย 8 คนในรายชื่อนักเตะ 25 คนที่ลงทะเบียน ถ้าหากไม่ครบก็จะไม่สามารถลงทะเบียนนักเตะครบ 25 คนได้ ซึ่งในหลายๆฤดูกาลที่ผ่านมา แมนซิตี้ไม่เคยลงทะเบียนนักเตะครบตามโควตาเลย แต่การมาของฟิลลิปส์อาจเข้ามาเปลี่ยนในจุดนี้ได้ ซึ่งค่าตัวของฟิลลิปส์ที่ราวๆ 45 ล้านปอนด์รวมโบนัสนั้นก็ถือว่าไม่ได้แพงมากจนเกิดไปสำหรับนักเตะสัญชาติอังกฤษ

อีกหนึ่งสิ่งที่มองข้ามไม่ได้ก็คือการเก็บนักเตะที่ยังคงฟอร์มดีอย่าง อิลคาย กุนโดกัน และ แบร์นาร์โด้ ซิลวา เอาไว้ได้ ทั้งๆที่ทั้ง 2 คนตกเป็นข่าวย้ายทีม โดยเฉพาะอย่างยิ่งแบร์นาร์โด้ที่ตกเป็นข่าวเชื่อมโยงกับบาร์เซโลน่าอย่างหนัก แต่เมื่อดูจากสถานการณ์ล่าสุดคงเป็นไปได้ยากที่ทีมเจ้าบุญโยกจะสามารถหาเงินมาจ่ายค่าตัวตามที่แมนซิตี้ต้องการได้ การเก็บนักเตะทั้ง 2 คนไว้ได้จึงถือเป็นอีกเรื่องที่ต้องชื่นชม

ทดแทนกองหลัง

การขาย โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ ไปอาร์เซน่อลด้วยราคา 30 ล้านปอนด์ ทำให้แมนซิตี้ดูเหมือนจะมีกองหลังไม่เพียงพอสำหรับทีมชุดใหญ่ ซึ่งแบ็คซ้ายเป้าหมายหลักของเป๊ปมาตลอดทั้งซัมเมอร์ก็คือ มาร์ก คูคูเรญ่า จากไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน แต่ก็โดนเชลซีปาดหน้าไป ทำให้แมนซิตี้ต้องมองหาเป้าหมายสำรอง

และหวยก็ไปออกที่ เซอร์จิโอ โกเมซ แบ็คซ้ายวัย 22 ปีจากอันเดอร์เลชท์ ที่แมนซิตี้ยอมจ่ายเงิน 11 ล้านปอนด์ดึงตัวมา ซึ่งถึงแม้แฟนบอลหลายคนอาจจะไม่คุ้นชื่อเจ้าตัวนัก แต่ด้วยราคาที่ถูกบวกกับดีกรีนักเตะยอดเยี่ยมประจำสโมสรอันเดอร์เลชท์เมื่อฤดูกาลที่แล้ว จึงเชื่อว่าน่าจะเป็นอีกการลงทุนที่คุ้มค่าของทีมเรือใบสีฟ้า

การมาของโกเมซทำให้แผงหลังของแมนซิตี้มีผู้เล่น 7 คน และหลายคนก็สามารถเล่นได้หลายตำแหน่ง ซึ่งก็น่าจะเพียงพอสำหรับลงทำศึก 4 รายการ นอกจากนั้นยังเหลือสลอต 1 ตำแหน่งเพื่อให้โอกาสนักเตะดาวรุ่งได้ลงในเกมฟุตบอลถ้วย จึงถือว่าเป็นการบริหารขุมกำลังได้อย่างดี

ตัวละครลับ

นอกจากการขายนักเตะในทีมชุดใหญ่ที่ได้เงินมามหาศาลแล้ว แมนซิตี้ยังสามารถขายนักเตะดาวรุ่งที่ยังไม่เคยลงสัมผัสเกมชุดใหญ่ให้ทีมเลยได้อีกหลายคน ซึ่งแน่นอนว่านักเตะเหล่านี้ได้ผ่านการยืมตัวลงเล่นมากับทีมอื่นไปไม่น้อย เช่น กาวิน บาซานู (ขายไปเซาแธมป์ตันราคา 12 ล้านปอนด์), เปโดร ปอร์โร (ขายไปสปอร์ติ้ง ลิสบอนราคา 7 ล้านปอนด์), โค อิตาคุระ (ขายไปโบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัคราคา 5 ล้านปอนด์)

และยังมีนักเตะจากอคาเดมีที่สามารถขายได้ราคาดีเช่นกันทั้งๆที่ยังไม่เคยผ่านการยืมตัว เช่น ดาร์โก้ กียาบี้ (ขายไปลีดส์ ยูไนเต็ดราคา 5 ล้านปอนด์), โรเมโอ ลาเวีย (ขายไปเซาแธมป์ตันราคา 10.5 ล้านปอนด์) แสดงให้เห็นว่าระบบอคาเดมีของแมนซิตี้นั้นคุณภาพสูงมากทีเดียว

โดยสรุปแล้วแมนซิตี้ได้เงินเป็นกำไรจากตลาดซื้อขายรอบนี้ที่ประมาณ 60 ล้านปอนด์ โดยที่คุณภาพของทีมโดยรวมนั้นไม่ได้ตกไปเลย จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่เราจะยกให้แมนซิตี้เป็นทีมที่ซื้อขายนักเตะได้ยอดเยี่ยมที่สุดในตลาดซื้อขายซัมเมอร์นี้

กูโจเค

กูโจเค

หมาป่าเดียวดายผู้มีสายเลือดฟุตบอลอยู่ในตัว

แชร์เนื้อหา