แนวทางที่(ต้อง)เปลี่ยนไปของ ลิเวอร์พูล หลังการมาของ ดาร์วิน นูนเญซ | TunGame

ลิเวอร์พูล ได้ทำการเล่นเกมอุ่นเครื่อง 2 เกมแรกก่อนเปิดฤดูกาลไปแล้ว และประเด็นที่แฟนบอลต่างให้การเพ่งเล็งเป็นพิเศษคือฟอร์มของ ดาร์วิน นูนเญซ กองหน้าตัวใหม่ของทีมที่มีสไตล์การเล่นแบบ กองหน้าเบอร์ 9 หรือกองหน้าตัวเป้า ซึ่งแตกต่างจากเดิมที่มี โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ซึ่งเป็นกองหน้าสไตล์ ฟอลส์ไนน์ หรือกองหน้าตัวหลอกที่ทีมนั้นใช้มาอย่างยาวนาน


ฟอร์มส่วนตัวของ ดาร์วิน นูนเญซ อาจจะยังไม่ค่อยเข้าที่เท่าไหร่ แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือ วิธีการเล่น และการเล่นเข้ากับเพื่อนร่วมที่ยังดูไม่ลงตัวนัก นับเป็นโจทย์ใหญ่ให้ยอดกุนซือของ ลิเวอร์พูล อย่าง เจอร์เก้น คล็อปป์ ต้องไปคิดหาวิธีว่าจะทำอย่างไรกับเรื่องนี้ ให้กองหน้าค่าตัวสถิติสโมสรสามารถแผลงฤทธิ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด

แนวทางที่(ต้อง)เปลี่ยนไปของ ลิเวอร์พูล หลังการมาของ ดาร์วิน นูนเญซ จะเป็นอย่างไร เรามาร่วมวิเคราะห์กันครับ

“ลิเวอร์พูล” กับการมี “กองหน้า” (อีกครั้ง)

กองหน้า ฟอลส์ไนน์แบบ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ กับกองหน้าเบอร์ 9แบบ ดาร์วิน นูนเญซ ของ ลิเวอร์พูล

ในยุคของ เจอร์เก้น คล็อปป์ นั้น กองหน้าเบอร์ 9 คนล่าสุดมีเพียง คริสติย็อง เบนเตเก้ ที่เป็นมรดกต่อจาก เบรนแดน ร็อดเจอร์ และนั่นคือช่วงแรกที่อดีตกุนซือเสือเหลืองเข้ามาคุมทีม ลิเวอร์พูล ในฤดูกาลต่อมาเค้าได้ขาย กองหน้าชาวเบลเยี่ยม ให้กับ คริสตัล พาเลซ และยึดระบบ 4-3-3 โดยมี โรแบโต้ ฟีร์มีโน่ เป็นกองหน้าตัวหลอกหรือฟอลส์ไนน์มาโดยตลอด

ที่ผ่านมา โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ถือเป็นศูนย์กลางในเกมรุกของ ลิเวอร์พูล ด้วยบทบาทกองหน้าแบบ ฟอลส์ไนน์ ที่ลงมาเชื่อมเกมมากกว่าการเน้นจบสกอร์ด้วยตัวเอง และให้การทำประตูเน้นไปที่ปีกทั้งสองข้างอย่าง ซาดิโอ มาเน่ และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ 

การเล่นของกองหน้าชาวบราซิลเลียนวัย 30 ปีนั้นเป็นเหมือน กองกลางตัวรุก เบอร์ 10 ผสมกับกองหน้าเบอร์ 9 ในบางครั้ง ทำให้การสร้างสรรค์เกมแดนกลางจะมาจากเค้าเป็นส่วนใหญ่ กองกลางของ ลิเวอร์พูล จึงเน้นเป็นพวกพลังงานที่เน้นวิ่งขึ้นลง และมีแบ็คซ้ายและแบ็คขวา อย่าง เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ และ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ที่เปรียบเสมือนเป็น แบ็คเพลย์เมกเกอร์ ที่คอยสร้างสรรค์เกมจากทางด้านข้าง 

อย่างไรก็ตามหลังจากที่ได้เห็นฟอร์มการเล่นของ ลิเวอร์พูล ใน 2 เกมพรีซีซั่นที่ผ่านมา ดาร์วิน นูนเญซ กองหน้าชาวอุรุกวัยวัย 23 ปีได้ลงสนามเวลารวม 60 นาที และแฟนๆคงจะเห็นการเล่นและการเข้าทำของทีมที่เปลี่ยนไป แน่นอนว่าการวิ่งทำทาง การพักบอลของเค้า ถือว่าทำได้ดีในระดับนึง แต่สิ่งที่ขาดหายไปอย่างเห็นได้ชัดคือ การเล่นร่วมกับเพื่อน หรือการเชื่อมเกมที่ให้เกิดความไหลลื่นเหมือน เบอร์ 10 แบบที่ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ เคยรับหน้าที่ตรงนั้น ซึ่งน่าสนใจว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ จะปรับรายละเอียดตรงนี้อย่างไร

“ลิเวอร์พูล” ต้องกลับมาใช้ “กองกลางเพลย์เมกเกอร์เบอร์ 10” หรือไม่?

มีการคาดเดาจากนักข่าวและนักวิเคราะห์ในต่างประเทศว่าฤดูกาลนี้ เจอร์เก้น คล็อปป์ อาจต้องหยิบแผน 4-2-3-1 ที่เคยใช้สมัยคุม โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ กลับมาใช้อีกครั้ง เพื่อให้กองหน้าตัวเป้าอย่าง ดาร์วิน นูนเญซ ได้เล่นในแบบของตัวเองอย่างเต็มที่

หากเป็นแบบนั้น แล้วใครกันที่เหมาะจะเล่นตำแหน่งกองกลางตัวรุกให้ ลิเวอร์พูล ที่สุดในเวลานี้ ?

ใน 2 เกม พรีซีซั่นที่ผ่านมา นักเตะที่มีโอกาสจะมาเล่นในตำแหน่งนี้ และมีศักยภาพเพียงพอ แน่นอนว่าคนแรกนั้นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ที่ถึงแม้ว่าอายุจะมากขึ้นแตะเลขสามแล้ว แต่ถ้าพูดถึงเรื่องของทักษะและเซนส์บอลแล้ว เค้าคือหนึ่งในนักเตะที่มีทักษะและเซ้นส์บอลที่ดีที่สุดในทีม บวกกับความเก๋า และเข้าใจเกมที่สามารถทดแทนความเร็วที่ลดลงได้

อีกคนที่อาจจะเป็นไปได้ได้แก่ ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์ ที่หลังจากสลัดอาการบาดเจ็บกลับมาลงสนามอีกครั้ง เขาได้พิสูจน์ตัวเองให้เห็นทั้งในสนามซ้อมและพรีซีซั่นแล้วว่า เค้านั้นพร้อมแค่ไหนสำหรับฤดูกาลใหม่ ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์  ทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจในเกมพรีซีซั่น และถูกคาดการว่ามีโอกาสสูงมากที่จะได้ลงสนามเป็นตัวจริงในเกมแรกของ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่ ลิเวอร์พูล จะเจอกับ ฟูแล่ม บางทีถ้า เจอร์เกน คล็อปป์ ลองจับ เจ้าหนูวัย 19 ปี คนนี้ไปเล่นตำแหน่ง เบอร์ 10 ก็อาจจะได้เห็นมิติใหม่ๆ และน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว


และคนสุดท้ายที่แฟนหงส์ส่วนใหญ่ เห็นพ้องต้องกันว่า เค้าคนนี้คือ “นิว คูตินโญ่” นั่นก็คือ ฟาบิโอ คาวัลโญ่ เจ้าหนูดาวรุ่งที่หงส์แดง ลิเวอร์พูล ชิงคว้าตัวมาตั้งแต่ช่วงตลาดมกราคม และหลังจากที่ได้เห็นฟอร์มการเล่นจาก 2 เกมที่ผ่านมา ต้องบอกเลยว่าเด็กคนนี้มีของจริงๆ ทั้งลีลาการเล่น การลากเลื้อย จังหวะตัดเข้ามายิงจากทางด้านซ้าย มันช่างคล้ายกับภาพของ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ กองกลางชาวบราซิลเลียนวัย 30 ปี ของ แอสตัน วิลล่า จริงๆ น่าสนใจว่าถ้าเค้าได้โอกาสในการพิสูจน์ตัวเองและลงสนามมากกว่านี้ บางที  ฟาบิโอ คาวัลโญ่ อาจเป็นตัวแทนของ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ก็เป็นได้

“ดาร์วิน นูนเญซ” ต้องมีส่วนร่วมกับเกมของ “ลิเวอร์พูล” มากกว่านี้


ในยุคนี้กองหน้าตัวเป้าที่จะยืนรอจบสกอร์อยู่ในกรอบเขตโทษอย่างเดียว อาจไม่เพียงพออีกต่อไป และดูเหมือนว่าการมีส่วนร่วมกับเกมให้มากขึ้นเหมือนจะเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ไปแล้ว

ตัวอย่างเช่น แฮร์รี่ เคน กองหน้า ทีมชาติอังกฤษ ของไก่เดือยทอง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ที่หลายฤดูกาลหลัง เค้าแสดงให้เห็นถึงการลงมาเชื่อมเกม และสามารถทำแอสซิสต์ได้อยู่บ่อยครั้ง ทำให้เกมรุก มีความหลากหลายและน่ากลัวยิ่งขึ้น เช่นเดียวกับขิงแก่ที่ร้อนแรงอย่าง คาริม เบนเซม่า ที่นอกจากการจบสกอร์อันเป็นจุดเด่นแล้ว แต่ยังมีการเล่นรวมกับเพื่อน และการเชื่อมเกม ที่เป็นอาวุธสำคัญ ในการช่วยให้ เรอัล มาดริด คว้า แชมป์ลาลีกา และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้อีกด้วย

แน่นอนว่า แฮรี่ เคน และ คาริม เบนเซม่า นั้นไม่ได้เล่นแบบนี้แต่แรก แต่การเรียนรู้และปรับเปลี่ยนไปตามโลกฟุตบอลนั้นถือเป็นสิ่งที่จำเป็นในการยกระดับการเล่น การมีส่วนร่วมกับเกมของกองหน้าในยุคนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งมิติที่เพิ่มเข้ามาในเกมฟุตบอลสมัยใหม่ และ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเกมรุกของทีมได้ เป็นอย่างดี 

ดังนั้นการทำประตู กับการมีส่วนร่วมกับเกม กำลังจะกลายเป็นคุณสมบัติที่จำเป็นสำหรับกองหน้ายุคใหม่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ น่าสนใจว่ากองหน้าค่าตัวสถิติสโมสร ลิเวอร์พูล อย่าง ดาร์วิน นูนเญซ นั้น จะสามารถยกระดับการเล่นของตัวเองได้มากแค่ไหน แน่นอนว่ามันอาจใช้เวลาซักพัก แต่อย่าลืมว่ายิ่งนานความกดดันและคำถามในตัวเค้าก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆเช่นเดียวกัน

Team Social

Team Social

แชร์เนื้อหา