ทำไม “แฟร้งค์ แลมพาร์ด” และ “เอฟเวอร์ตัน” จึงเหมาะสมกัน? | TunGame

“แฟร้งค์ แลมพาร์ด” ประเดิมการคุมทีม “เอฟเวอร์ตัน” ได้อย่างสวยงามด้วยการเปิดบ้านเอาชนะ “เบรนท์ฟอร์ด” ทีมร่วมลีก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในศึก เอฟเอ คัพ รอบที่ 4 ไป 4 – 1

“แฟร้งค์ แลมพาร์ด” เพิ่งเข้ามารับงานคุมทีม “เอฟเวอร์ตัน” ต่อจาก “ราฟาเอล เบนิเตซ” ซึ่งถึงแม้ผลงานที่ ราฟา ทิ้งไว้จะเกือบเข้าขั้นวิกฤตด้วยการอยู่อันดับที่ 16 ของตาราง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ และมีคะแนนห่างจากโซนตกชั้นเพียง 4 คะแนน แต่จากหลาย ๆ ปัจจัย เชื่อว่า แฟร้งค์ แลมพาร์ด จะช่วยพาให้ เอฟเวอร์ตัน รอดพ้นจากวิกฤตครั้งนี้ได้ไม่ยาก และค่อย ๆ สร้างทีม เอฟเวอร์ตัน ขึ้นมาได้อย่างน่าสนใจเลยทีเดียว

เรามาวิเคราห์กันว่า “ทำไม แฟร้งค์ แลมพาร์ด และ เอฟเวอร์ตัน จึงเหมาะสมกัน?”

การเดินทางครั้งใหม่ของ “แฟร้งค์ แลมพาร์ด”

ประสบการณ์ที่ “กำลังดี” ของ “แฟร้งค์ แลมพาร์ด”

แฟร้งค์ แลมพาร์ด ได้มีโอกาสคุม เชลซี บน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในฤดูกาล 2019/2020 ที่ทีม เชลซี นั้นเพิ่งเสียสตาร์ของทีมอย่าง เอแด็น อาซาร์ และไม่สามารถซื้อตัวนักเตะเพิ่มได้เนื่องจากสโมสรติดโทษแบนในการซื้อนักเตะ ทำให้ทรัพยากรที่ แลมพาร์ด มีในมือตอนนั้นถือว่าคุณภาพต่ำกว่ามาตรฐานของทีมระดีบ เชลซี มาก ๆ มีเพียง เอ็นโกโล่ ก็องเต้ คนเดียวเท่านั้นที่สามารถเรียกได้ว่าเป็นนักเตะระดับท็อป แต่ แลมพาร์ด ก็สามารถปลุกปั้นดาวรุ่งของทีมขึ้นมาเป็นกำลังหลักได้ไม่ว่าจะเป็น เมสัน เมาท์, แทมมี่ อับบราฮัม, หรือ รีซ เจมส์ และที่สำคัญคือการพาทีมดังกล่าวจบอันดับที่ 4 ของ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้

ถึงแม้ท้ายที่สุด เชลซี จะปลด แฟร้งค์ แลมพาร์ด ในกลางฤดูกาลถัดมา แต่โดยภาพรวมแล้วถือว่า แฟร้งค์ แลมพาร์ด ทำได้ไม่เลวเลยกับการคุมทีมใน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ครั้งแรกของเขา และเจ้าตัวคงได้เรียนรู้จากประสบการณ์อันล้ำค่าในครั้งนั้นมาพอสมควร

หลังจากที่โดนปลดให้ว่างงานอยู่ประมาณ 1 ปี แฟร้งค์ แลมพาร์ด คงได้ไปตกตะกอนกับตัวเองมาพอสมควรและพร้อมกับความท้าทายครั้งใหม่ในการคุมทีม เอฟเวอร์ตัน ครั้งนี้ ซึ่งการได้คุมทีมระดับกลางของ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ก็ถือว่าตอบโจทย์ แลมพาร์ด ที่ถือว่าเป็นโค้ชหน้าใหม่มากกว่าการจะไปแบกรับความกดดันในการคุมทีมระดับท็อปอย่าง เชลซี

และในมุมของ เอฟเวอร์ตัน เอง การได้กุนซือรุ่นใหม่ไฟแรงที่พอมีดีกรีอย่าง แฟร้งค์ แลมพาร์ด เข้ามาทำทีมก็ดูจะเหมาะสมกว่าการไปจ้างกุนซือคนก่อน ๆ ไม่ว่าจะเป็น คาร์โล อันเชล็อตติ ที่ชื่อนั้นอยู่ระดับขึ้นหิ้งไปแล้ว เหมาะกับการคุมทีมระดับท็อปมากกว่า หรือ ราฟาเอล เบนิเตซ ที่ดูจะโบราณและไม่ได้ประสบความสำเร็จอะไรมาเป็นเวลาพักใหญ่ ๆ แล้ว

ทรัพยากรณ์ผู้เล่นที่เข้ามือของ “แฟร้งค์ แลมพาร์ด”

ฟุตบอลในสไตล์ของ แฟร้งค์ แลมพาร์ด นั้นเรียกง่าย ๆ ว่าเป็นฟุตบอลบุกสมัยใหม่ที่ชอบครอบครองบอลและหาจังหวะเข้าทำตลอดเวลา และเมื่อทีมไม่มีบอลก็จะเล่นเกมเพรสซิ่งกดดันคู่แข่งตั้งแต่แดนบนเพื่อจะแย่งบอลกลับมาเล่นเกมบุกของตัวเองต่อ ซึ่งเป็นในรูปแบบนี้ทั้งตอนที่ แลมพาร์ด ทำทีม เชลซี และ ดาร์บี้ เคาน์ตี้

ซึ่งหากมองไปในขุมกำลังของ เอฟเวอร์ตัน ทั้งที่มีอยู่เดิมและที่เพิ่งเสริมเข้ามานั้น เรียกได้ว่ามีทรัพยากรณ์ที่เหมาะกับบอลสไตล์บุกของ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ให้เลือกงานไม่ว่าจะเป็น โดมินิค คัลเวิร์ต เลวิน, ริชาร์ลิซอน เดมาไร เกรย์, แอนดรอส ทาวน์เซนด์ ยิ่งการเสริมทัพในเดือนมกราคมที่ได้นักเตะอย่าง เดเล อัลลี่ และ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค ที่มีทั้งคุณภาพและความกระหายที่จะพิสูจน์ตัวเองมาร่วมทีม ถือเป็นการเติมความสมบูรณ์ให้ทีมได้อย่างดีเลยทีเดียว

จากที่กล่าวมาทั้งหมดในภาพรวมแล้ว เชื่อว่าไฟและประสบการณ์ที่ แฟร้งค์ แลมพาร์ด มีในฐานะกุนซือและสภาพทีมของ เอฟเวอร์ตัน นั้นอยู่ในจุดที่จะพร้อมพัฒนาไปด้วยกัน และเชื่อว่า แฟร้งค์ แลมพาร์ด จะช่วยให้ฟอร์มของ เอฟเวอร์ตัน ใน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นั้นดีขึ้นจนรอดพ้นโซนท้ายตารางได้อย่างแน่นอน แถม แลมพาร์ด จะเป็นคนที่ประกอบร่างทรัพยากรณ์ที่มีอยู่ของทีมให้เป็นรูปเป็นร่างกว่าที่เคยเป็นมาอีกด้วย

ตารางการแข่งขัน ตารางผลบอล

เต็งแชมป์ EPL

จารย์ต้น

จารย์ต้น

คนธรรมดาที่หลงใหลในฟุตบอล จนยอมหลงทางกับมันอยู่ 3 ปี ตอนนี้หลบหนีออกมา รอเวลาหลงทางกลับเข้าไปใหม่…

แชร์เนื้อหา