อาร์เซน่อลกับฤดูกาลไร้พ่าย 2003-04 | TunGame

Invincible Arsenal


ย้อนกลับไปในฤดูกาล 2003-04 อาร์แซน เวงเกอร์ ผู้จัดการทีมอาร์เซน่อล ได้พาทีมของเค้าสร้างประวัติศาสตร์ในการลงเล่นในฟุตบอลพรีเมียร์ลีกโดยไม่แพ้ให้กับทีมไหนเลยทั้งฤดูกาล พร้อมกับคว้าแชมป์ระดับตำนานแบบที่เราเรียกกันติดปากว่าแชมป์ไร้พ่ายนั่นเอง ซึ่งสำหรับฟุตบอลสมัยใหม่ในระดับลีกชั้นนำของยุโรปนั้น ก็ต้องบอกว่าจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีทีมไหนสามารถทำได้เหมือนพวกเค้า มาลองย้อนอดีตกันดูว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้างกว่าจะมาเป็นแชมป์ไร้พ่าย

การเข้ามาของชายที่ชื่ออาร์แซน เวงเกอร์

เวงเกอร์เข้ามารับงานที่อาร์เซน่อลในปี 1996 โดยเค้ากลายเป็นผู้จัดการทีมชาวฝรั่งเศสคนแรกที่ได้มาคุมสโมสรในพรีเมียร์ลีก ในเวลานั้นแฟนบอลหลายๆคนไม่ได้รู้จักชื่อของผู้จัดการทีมคนนี้มาก่อนจนเกิดเป็นวลีในตอนนั้นขึ้นมาว่า ‘Arsène who?’ หรืออารมณ์ประมาณว่าอาร์แซนไหน

การเข้ามาของเวงเกอร์นั้นก็มีการปฏิวัติทีมในหลายๆด้านตั้งแต่ในช่วงแรกๆเลย ทั้งในแง่วิธีการเล่นในสนามที่เปลี่ยนทีมที่เล่นฟุตบอลที่น่าเบื่อ ขึ้นนำหนึ่งลูกและเน้นเกมรับทั้งทีมให้กลายเป็นทีมที่มีการเล่นฟุตบอลเกมรุกต่อบอลบนพื้นสวยงาม การนำเข้าผู้เล่นจากนอกอังกฤษโดยเฉพาะผู้เล่นชาวฝรั่งเศสเข้ามาสู่ทีมเป็นจำนวนมาก เช่น แพทริค วิเอร่าหรือนิโคลาส์ อเนลก้า และยังรวมถึงเรื่องการเปลี่ยนแปลงเรื่องนอกสนามอย่างเรื่องโภชนาการอีกด้วย

โดยเวงเกอร์ใช้เวลาเพียงสองซีซั่น ในฤดูกาล 1997-98 เค้าก็สามารถพาทีมคว้าดับเบิ้ลแชมป์พรีเมียร์ลีกและเอฟเอคัพมาได้ โดยเค้าเป็นผู้จัดการทีมนอกสหราชอณาจักรคนแรกที่สามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้อีกด้วย

การขับเคี่ยวแย่งแชมป์กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดกับแมตช์ที่น่าจดจำในฤดูกาลไร้พ่าย

หลังจากฤดูกาล 1997-98 พวกเขาก็ยังสามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้อีกในฤดูกาล 2001-02 ก่อนที่จะคว้าแชมป์ไร้พ่ายในฤดูกาล 2003-04 แน่นอนว่าในช่วงเวลาดังกล่าวคู่แข่งแย่งแชมป์ที่สำคัญที่สุดก็หนีไม่พ้นแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดของเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสันนั่นเองโดยตั้งแต่ฤดูกาล 1997-98 ถึง 2003-04 ก็มีเพียงแค่สองทีมนี้เท่านั้นที่สามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้

สำหรับในฤดูกาลไร้พ่ายนั้นหนึ่งในเหตุการณ์ที่เป็นที่จดจำของแฟนบอลทั้งสองทีมก็หนีไม่พ้นเกมที่สนามโอลด์ แทรฟฟอร์ดในช่วงต้นฤดูกาล 2003-04 ที่ถึงแม้ว่าผลการแข่งขันจะจบลงที่การเสมอแบบไร้สกอร์ แต่ในช่วงท้ายเกมก็มีเหตุการณ์สำคัญที่แพทริค วิเอร่าไปมีจังหวะตามน้ำนอกเกมทำให้ผู้ตัดสินตัดสินใจให้ใบแดงไล่ออกจากสนามและอาร์เซน่อลต้องเล่นด้วยผู้เล่น10คน และต่อด้วยจังหวะที่พวกเค้าเสียจุดโทษในนาทีสุดท้ายแต่เป็นรุด ฟาน นิสเตลรอยดาวยิงของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่ยิงจุดโทษไม่เข้าจนมาร์ติน คีโอว์นถึงกับต้องวิ่งไปสะใจใส่หน้าฟาน นิสเตลรอย และจบเกมไปแบบเดือดๆ

โดยหลังเกมอาร์เซน่อลก็โดนปรับจากเอฟเอจากเหตุการณ์ดังกล่าวจนเวงเกอร์ต้องออกมาขอโทษกับเหตุการณ์นี้ แน่นอนว่าถ้าฟาน นิสเตลรอยยิงจุดโทษเข้าก็มีความเป็นไปได้ว่าอาร์เซน่อลจะแพ้ในเกมนั้นและก็คงไม่มีคำว่าแชมป์ไร้พ่ายเนื่องจากช่วงเวลาในเกมที่เหลือไม่กี่นาทีรวมถึงตัวผู้เล่นที่น้อยกว่า ทำให้หลังจากจบฤดูกาลนั้นเกมนี้ก็เลยถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงมากขึ้นไปกว่าเดิม

ในส่วนของตัวผู้เล่นนั้นก็ต้องบอกว่าพวกเค้าแข็งแกร่งในทุกตำแหน่งจริงๆ ผู้เล่นที่โดดเด่นที่สุดก็หนีไม่พ้นเธียร์รี่ อองรีตำนานดาวยิงสูงสุดของสโมสรที่ฤดูกาลนั้นกดประตูในลีกไปถึง 30 ประตู ส่วนผู้เล่นในตำแหน่งอื่นๆพวกเค้าก็ยอดเยี่ยมไม่แพ้กันตั้งแต่มิดฟิลด์กัปตันทีมอย่างแพทริค วิเอร่าจับคู่กับกิลร์เบอร์โต้ ซิลวา ตัวสนับสนุนเกมรุก อย่างเดนนิส เบิร์กแคมป์, โรแบร์ ปิแรส,เฟรดดี้ ลุงเบิร์ก แนวรับที่แข็งแกร่งตั้งแต่ผู้รักษาประตูเย็นส์ เลมัน, กองหลังโซล แคมป์เบลล์, โคโล่ ตูเร่, โลร็องและดาวรุ่งแห่งยุคในเวลานั้นอย่างแอชลี่ย์ โคล

นอกเหนือจากนั้นพวกเค้าก็ยังมีผู้เล่นสนับสนุนทั้งผู้เล่นประสบการณ์อย่างเอดู, เอ็นวานโก คานู, เรย์ พาร์เลอร์ และซิลแวง วิลตอร์ด รวมถึงดาวรุ่งฝีเท้าดีอย่างกาเอล คลิชี และ โฮเซ่ อันโตนิโอ เรเยส เบ็ดเสร็จแล้วพวกเค้าสามารถรักษาสถิติไม่แพ้ใครได้ยาวนานถึง 49 นัด คาบเกี่ยวตั้งแต่ฤดูกาลก่อนได้แชมป์ไร้พ่ายไปจนถึงฤดูกาลถัดไป โดยผู้ที่มาหยุดสถิตินี้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในฤดูกาลถัดไปนั่นเอง แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่มีทีมไหนสามารถทำลายสถิติไม่แพ้ใครจำนวน49นัดนี้ได้จนถึงปัจจุบัน

การถดถอยของอาร์แซน เวงเกอร์และอาร์เซน่อลจนถึงยุคปัจจุบัน

ถ้าย้อนกลับไปตอนหลังจากที่คว้าแชมป์ลีกแบบไร้พ่ายในฤดูกาล 2003-04 และมีคนบอกว่าหลังจากนี้อีกเกือบ20ปีอาร์เซน่อลจะไม่ได้แชมป์ลีกอีกเลยก็อาจจะดูเหลือเชื่อไปหน่อยแต่มันก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงไปแล้ว

การถดถอยของอาร์เซนอลมีลำดับขั้นตอนจากเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นจากทั้งภายในและภายนอกค่อยๆไล่เรียงกันไปไล่ตั้งแต่ การที่ผู้เล่นชุดที่ดีที่สุดของพวกเค้ามีอายุอยู่ในช่วง20ปลายๆ30ต้นๆกันเกือบหมดในตอนที่คว้าแชมป์ ทำให้หลังจากนั้น2-3ฤดูกาลพวกเขาก็เริ่มโรยราในช่วงเวลาพร้อมๆกัน จึงทำให้ต้องมีการเปลี่ยนทีมแบบแทบจะยกชุด

เราเห็นตัวเก๋าชุดแชมป์ทยอยออกจากทีมเช่น แพทริค วิเอร่าในฤดูกาล 2005-06 และ โรแบร์ ปิแรส,เฟรดดี้ ลุงเบิร์กในฤดูกาลถัดๆไป และรวมถึงการแขวนสตั๊ดของเดนนิส เบิร์กแคมป์ และสุดท้ายก็คือการย้ายออกของดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของพวกเขาอย่างเธียร์รี่ อองรี

แน่นอนว่าเวงเกอร์เองก็พยายามดันผู้เล่นดาวรุ่งฝีเท้าดีเข้ามาทดแทนอย่างเชส ฟาเบรกัส หรือ โรบิน ฟานเพอร์ซี่ย์ รวมถึงดึงผู้เล่นฝีเท้าดีอย่างอเล็กซานเดอร์ ฮเล็บ หรือ โทมัส โรซิกกี้ เข้าสู่ทีมแต่ด้วยความเป็นดาวรุ่ง ศักยภาพทีมโดยรวมก็ยังเทียบกับผู้เล่นชุดเดิมไม่ได้

ปัญหาภายในยังไม่หมดพวกเค้ายังต้องขายผู้เล่นดีๆหลายคนออกจากทีมในช่วงหลังจากที่ย้ายสนามเหย้าจากไฮบิวรี่เดิมมาที่สนามเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม โดยคาดว่าพวกเค้าจำเป็นต้องนำเงินจากการขายผู้เล่นไปใช้หนี้ค่าก่อสร้างสนาม

ในส่วนของปัจจัยภายนอกการเข้ามาของโรมัน อบราโมวิชกับเชลซีทำให้เค้าสามารถยกระดับเชลซีให้กลายเป็นทีมระดับแชมป์ได้ นั่นก็ทำให้อาร์เซน่อลถูกแซงขึ้นไปและก็รวมถึงแมนเชสเตอร์ซิตี้ในเวลาต่อมาด้วย

จากปัจจัยที่กล่าวมาข้างต้นทำให้ทีมก็ค่อยๆถอยลงมาจากทีมลุ้นแชมป์กลายเป็นทีมลุ้นพื้นที่ฟุตบอลยุโรปเท่านั้น และหลังจากที่คว้าแชมป์เอฟเอคัฟในฤดูกาล 2004-05 หลังจากนั้นพวกเค้าก็ยังร้างแชมป์ทุกรายการร่วม8ฤดูกาล เรียกได้ว่าจากไร้พ่ายสู่ไร้แชมป์กันเลย แล้วจึงค่อยมาปลดล็อคได้อีกครั้งก็ตอนฤดูกาล 2013-14 ที่ได้แชมป์เอฟเอคัพอีกครั้งนั่นเอง

แต่ความถดถอยของพวกเค้าก็ยังดำเนินต่อจากทีมที่ได้ไปยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกตลอดช่วงเวลาที่อาร์แซน เวงเกอร์คุมทีม ปรากฎว่าเค้าไม่สามารถพาทีมไปเล่นฟุตบอลยุโรปรายการใหญ่ได้ถึง2ฤดูกาลติดต่อกันในฤดูกาล 2016-17 และ 2017-18 ทำให้เค้าตัดสินใจออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีมไปในที่สุด และจนถึงปัจจุบันอาร์เซน่อลก็ยังไม่สามารถกลับไปเล่นในรายการนี้ได้อีกเลย

ทีมไร้พ่ายคือทีมที่ดีที่สุดหรือไม่

เมื่อเวลาผ่านไปทีมไร้พ่ายนี้ก็มักจะถูกนำมาเปรียบเทียบกับทีมในยุคหลังอยู่เสมอ เช่นเชลซีในยุคของคาร์โล อันเชล็อตติที่ทำประตูได้สูงสุดในพรีเมียร์ลีก แมนเชสเตอร์ซิตี้ที่ทำคะแนนได้ในระดับ100คะแนน หรือลิเวอร์พูลที่คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ครั้งแรกและแน่นอนว่าก็มักจะถูกตั้งคำถามว่าทีมๆนี้เก่งจริงมั้ยหรือถ้ามาเจอกับทีมยุคปัจจุบันจะสามารถเอาชนะได้มั้ยหรือยังจะรักษาสถิติไร้พ่ายได้อยู่หรือเปล่า

แน่นอนว่าคำถามนี้ก็เป็นเพียงคำถาม ‘What if?’ ที่คงไม่สามารถเกิดขึ้นจริงได้ แต่ละทีมที่กล่าวมาข้างต้นก็ล้วนเป็นทีมที่แข็งแกร่งในช่วงเวลาของตัวเองทั้งสิ้น แต่ถึงอย่างไรก็ตามการได้แชมป์ไร้พ่ายนั้นมันก็ถือได้ว่าเป็นความอัศจรรย์ที่มากกว่าคำว่าฝีเท้าและก็คงต้องอาศัยเรื่องของโชคดวงเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย และยังไงเสียคำว่าแชมป์ไร้พ่ายก็คงอยู่คู่ไปกับอาร์เซน่อลอย่างน้อยๆก็จนกว่าจะมีทีมอื่นๆทำได้อีกนั่นเอง

กูโจเค

กูโจเค

หมาป่าเดียวดายผู้มีสายเลือดฟุตบอลอยู่ในตัว

แชร์เนื้อหา