กองหน้า ปัญหาที่ ทีมชาติเยอรมัน แก้ไม่ตก | TunGame

ทีมชาติเยอรมัน” เปิดหัว “ฟุตบอลโลก 2022″ ได้อย่างน่าผิดหวัง ด้วยการพลิกล็อคแพ้ “ทีมชาติญี่ปุ่น” 2-1 ในนัดแรกของรอบแบ่งกลุ่ม ทำให้สถานการณ์การลุ้นเข้ารอบของ “ทัพอินทรีเหล็ก” นั้นเรียกได้ว่ามีความสุ่มเสี่ยงต่อการตกรอบแรกมากทีเดียว เพราะยังมีเกมที่ต้องไปพบกับทีมแกร่งอย่าง ทีมชาติสเปน ที่เปิดตัวได้สวยในฟุตบอลโลกครั้งนี้

หนึ่งในเรื่องที่เป็นปัญหาของ ทีมชาติเยอรมัน ที่ไม่ใช่แค่ปัญหาใน ฟุตบอลโลก หนนี้แต่เป็นปัญหาที่มีมาตั้งแต่พวกเขาคว้า แชมป์ฟุตบอลโลก ได้ในปี 2014 คือการขาดศูนย์หน้าตัวเป้า ซึ่งตั้งแต่ มิโรสลาฟ โคลเซ่ บอกลา ทีมชาติเยอรมัน ไปก็ไม่เคยมีศูนย์หน้าคนไหนที่จะมาทนแทนความเด็ดขาดของเขาได้ใน ทัพอินทรีเหล็ก ได้เลย

การขาดหายไปของผู้เล่นสไตล์กองหน้าตัวเป้าอย่าง มิโรสลาฟ โคลเซ่ ส่งผลต่อ ทีมชาติเยอรมัน อย่างไร และ ฮันซี่ ฟลิค กุนซือของทีมชาติเยอรมัน จะแก้ปัญหานี้ได้ทันใน ฟุตบอลโลก 2022 หรือไม่?

ร่วมวิเคราะห์ไปกับ ทันเกม ในบทความ “กองหน้า ปัญหาที่ ทีมชาติเยอรมัน แก้ไม่ตก”

ความสำคัญของ “มิโรสลาฟ โคลเซ่” ต่อ “ทีมชาติเยอรมัน”

มิโรสลาฟ โคลเซ่ เป็นกองศูนย์หน้าที่มีจุดเด่นในเรื่องสัญชาตญาณการจบสกอร์ในกรอบเขตโทษ เขารู้ว่าบอลจากเพื่อนร่วมทีมจะสามารถส่งไปให้เขายิงตรงไหนได้ แล้วเขาจะเอาตัวเองไปอยู่ตรงนั้นเพื่อทำประตู และ โคลเซ่ ยังมีความเฉียบคมในกรอบเขตโทษอย่างมากอีกด้วย การันตีความสุดยอดด้วยการเป็นเจ้าของสถิติ ดาวยิงสูงสุดตลอดกาลฟุตบอลโลกที่ 16 ประตู และ ช่วยให้เยอรมันคว้า แชมป์ฟุตบอลโลก 2014

หลังจากที่ มิโรสลาฟ โคลเซ่ เลิกเล่นไป ทีมชาติเยอรมัน ก็ไม่มีผู้เล่นสไตล์ศูนย์หน้าตัวเป้า หมุนเวียนมาติดทีมชาติอีกเลย ทั้ง โยอาคิม เลิฟ และ ฮันซี่ ฟลิค 2 กุนซือ ทีมชาติเยอรมัน ต้องหันมาใช้งานกองหน้าสไตล์ ฟอลส์ไนน์ อย่าง ติโม แวรเนอร์, ไค ฮาแวร์ทซ์, หรือ แซร์จ นาบรี้ แทน ซึ่งดูจะไม่ตอบโจทย์เท่าไรนัก

กองหน้าสไตล์ ฟอลส์ไนน์ อย่าง ติโม แวรเนอร์, ไค ฮาแวร์ทซ์, หรือ แซร์จ นาบรี้ นั้นมีคุณภาพเหลือล้นก็จริง แต่วิธีการเล่นของผู้เล่นเหล่านี้โดยธรรมชาติจะเป็นพวกลงมาร่วมเล่นบอลกับเพื่อนร่วมทีมแล้วใช้ความเร็วและความสามารถเฉพาะตัวในการสร้างโอกาสเข้าทำประตูมากกว่า ไม่ได้มีความแข็งแกร่งในการเก็บบอลชนกับกองหลัง หรือมีสัญชาตญาณในกรอบเขตโทษเหมือนพวกกองหน้าสไตล์ศูนย์หน้าตัวเป้า ทำให้ ทีมชาติเยอรมัน ไม่มีตัวที่จะคอยกดดันกองหลังคู่ต่อสู้ หรือทำให้กองหลังต้องคอยระแวง เหมือนสมัยที่มี มิโรสลาฟ โคลเซ่ ในทีม

ทีมชาติเยอรมัน เป็นทีมที่ดีอยู่แล้วในแทบทุกขุมกำลัง แต่การขาดกองหน้าขาประจำที่จะคอยจบสกอร์ให้ทีมในเวลาที่ต้องการก็เป็นปัญหาที่พวกเขาแก้ไม่ตก ผู้เล่นอย่าง โธมัส มุลเลอร์ ก็ไม่ใช่ตัวที่จะมียืนค้ำหน้าเป้าให้กับทีมได้ แต่เป็นผู้เล่นสไตล์หน้าต่ำที่ต้องมีหน้าเป้ายืนค้ำให้ ถึงจะใช้ประโยชน์จากความอิสระของ โธมัส มุลเลอร์ ได้สูงสุด

ทางรอด และ ความหวัง ของทีมชาติเยอรมัน

ฮันซี่ ฟลิค อาจจะต้องหันมาพิจารณาการเลือกที่จะใช้งานกองหน้าอย่าง นิคลาส ฟูลล์ครูก กองหน้าวัย 29 ปีที่ ฟลิค เรียกติด ทีมชาติเยอรมัน มาลุยศึก ฟุตบอลโลก 2022 ในครั้งนี้ด้วย

แม้ชื่อชั้นของ นิคลาส ฟูลล์ครูก จะไม่ได้เป็นกองหน้าที่มีฝีเท้าระดับที่ถึงขั้นมาตรฐานของ ทีมชาติเยอรมัน แต่ด้วยฟอร์มที่ดีใน บุนเดสลีกา ฤดูกาลนี้กับต้นสังกัดอย่าง แวร์เดอร์ เบรเมน และสไตล์การเล่นที่เป็นศูนย์หน้าตัวเป้าแบบที่หาไม่ได้ของ ทีมชาติเยอรมัน ในเวลานี้ ทำให้ ฟูล์ลครูก ถูกเรียกมาติดทัพขุนพลอินทรีเหล็กในการลุยศึก ฟุตบอลโลก 2022 ทั้งที่เจ้าตัวไม่เคยติด ทีมชาติเยอรมัน ชุดใหญ่มาก่อนเลย

นิคลาส ฟูลล์ครูก เป็นกองหน้าที่ตัวใหญ่ สามารถชนและเก็บบอลสู้กับกองหลังของคู่ต่อสู้ได้ดี และในเรื่องการรอจบสกอร์จากบอลด้านข้างนั้น เขาถือว่ามีสัญชาตญาณในกรอบเขตโทษมากกว่าตัวเลือกกองหน้าตัวอื่นทั้ง ไค ฮาแวร์ทซ์, แซร์จ นาบรี้ หรือ ยูสซูฟา มูโกโก้ ที่จะเป็นพวกเล่นบอลกับเท้าหรือร่วมสร้างเกมกับเพื่อนมากกว่า

ทีมชาติเยอรมัน เป็นทีมที่มีคุณภาพในทุกตำแหน่งอยู่แล้ว หาก ฮันซี่ ฟลิค ลองใช้ นิคลาส ฟูลล์ครูก ให้เล่นร่วมกับทีมได้ ทีมชาติเยอรมัน โดยให้ผู้เล่นคนอื่นเป็นคนสร้างเกม แล้ว ฟูลล์ครูก คอยดึงความสนใจจากกองหลัง ก็จะถือเป็นการเพิ่มมิติที่ขาดหายไปให้กับทีมชาติเยอรมันได้

แต่ปัญหาก็อย่างที่ได้เกริ่นไปว่า นิคลาส ฟูลล์ครูก ไม่เคยติดทีมชาติมาก่อนเลย ในการลงเล่นเกมระดับนานาชาติแบบนี้ก็ต้องอาศัยประสบการณ์พอสมควร ทีนี้ก็อยู่ที่ ฮันซี่ ฟลิค แล้วว่าจะกล้าลองใช้ นิคลาส ฟูลล์ครูก เป็นกองหน้าตัวหลักไหม แล้วจะสามารถใช้ประโยชน์จากฟอร์มอันร้อนแรงในลีกของ ฟูลล์ครูก ออกมากับทีมชาติได้หรือไม่ เพราะหากไม่สามารถทำได้ ทีมชาติเยอรมัน ก็ต้องกลับไปเล่นบอลในมิติเดิม ที่ถึงแม้จะมีคุณภาพในการครองบอลได้ แต่พอถึงจังหวะที่ต้องการประตูจริงๆกลับทำได้แค่ครองเกมเท่านั้นเหมือนในช่วงหลังๆ

กรณีของ ทีมชาติเยอรมัน แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของกองหน้าตัวเป้าที่ยังไงก็ยังจำเป็นอยู่ในการเล่นฟุตบอล ช่วงก่อนหน้านี้ที่กองหน้าแบบ ฟอลส์ไนน์ เป็นที่นิยมมากขึ้ตัวอย่างเช่น โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ ของ ลิเวอร์พูล, ลิโอเนล เมสซี่ ช่วงก่อนจะย้ายออกจาก บาร์เซโลน่า ทำให้กองหน้าตัวเป้าแบบดั้งเดิมดูจะหายไป แต่ตอนนี้การใช้หน้าเป้าดูจะกลับมาแล้ว ดูอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่คว้าตัว เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ มาร่วมทีม, ลิเวอร์พูล คว้าตัว ดาร์วิน นูนเญส มาร่วมทีม หาก ทีมชาติเยอรมัน ต้องการจะกลับมามีทีเด็ดทีขาดเพื่อจะกลับมาทวงความยิ่งใหญ่ในรายการฟุตบอลทีมชาติได้ การหากองหน้าตัวเป้าตัวใหม่ให้เจอก็ดูจะเป็นเรื่องจำเป็นเช่นกัน

จารย์ต้น

จารย์ต้น

คนธรรมดาที่หลงใหลในฟุตบอล จนยอมหลงทางกับมันอยู่ 3 ปี ตอนนี้หลบหนีออกมา รอเวลาหลงทางกลับเข้าไปใหม่…

แชร์เนื้อหา