เหตุผลที่ทุกทีมห้ามประมาท อาร์เซน่อล | TunGame

อาร์เซน่อล คือหนึ่งในทีมที่มีฟอร์มร้อนแรงที่สุดในช่วงปรีซีซั่นก่อนเปิดฤดูกาล 2022/2023 นี้ โดยทีมปืนใหญ่ลงเล่นเกมอุ่นเครื่องไปแล้ว 4 นัด เก็บชัยชนะได้ 100% โดยหนึ่งในนั้นคือเกมที่ถล่ม เชลซี ชุดใหญ่แบบไม่ไว้หน้าไป 4-0

แม้จะเป็นแค่เกมอุ่นเครื่องก่อนเปิดฤดูกาลเท่านั้น แต่หากใครที่ได้ติดตามฟอร์มของ อาร์เซน่อล ในช่วงปรีซีซั่น จะเห็นได้เลยว่า ลูกทีมพลังหนุ่ม มิเกล อาร์เตต้า นั้นเล่นกันได้อย่างเข้าขาและพร้อมสำหรับการเปิดฤดูกาลใหม่จริงๆ

เรามาร่วมวิเคราะห์กันว่า เหตุผลใดทุกทีมจึงห้ามประมาท อาร์เซน่อล

“ปืน” มาเงียบๆ “ฟาดเรียบ” ปรีซีซั่น

ระบบทีมของ “มิเกล อาร์เตต้า” เริ่มออกดอกออกผลให้ อาร์เซน่อล

อันที่จริงแล้วรากฐานระบบการเล่นที่ มิเกล อาร์เตต้า วางไว้ให้กับ อาร์เซน่อล นั้นเริ่มเห็นผลตั้งแต่ฤดูกาลที่แล้ว เพราะระหว่างฤดูกาล 2021/2022 ใน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ทีมปืนใหญ่สามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม และเกาะกลุ่ม ท็อปโฟร์ ได้จนเกือบจบฤดูกาล น่าเสียดายที่ประสบการณ์ของนักเตะและตัว อาร์เตต้า เองยังไม่แกร่งกล้าพอที่จะรักษาอันดับ 4 จนจบฤดูกาลได้

แนวทางการเล่นบอลกับพื้นและต่อบอลกันเพื่อหาจังหวะเข้าทำ เป็นจุดเด่นของทีมที่ มิเกล อาร์เตต้า พยายามจะสร้างขึ้นมากับ อาร์เซน่อล ชุดนี้ หากใครที่ได้ติดตาม อาร์เซน่อล ใน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาลก่อนจะเห็นได้ว่า อาร์เซน่อล จะมีจังหวะต่อบอลกันสวยๆ เพื่อเข้าทำให้ดูในทุกๆเกม

มาในช่วงปรีซีซั่นนี้ ภาพเหล่านั้นยังคงอยู่ และยังดูไหลลื่นขึ้นอีกด้วย นักเตะอย่าง บูคาโย่ ซาก้า, มาร์ติน โอเดการ์ด, กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ นั้นมีทั้งทักษะและเซนส์บอลที่เล่นบอลกับพื้นได้ดีอยู่แล้ว ยิ่งได้เล่นร่วมกันมากขึ้นทำให้แผงรุกของ อาร์เซน่อล ไหลลื่นและรู้ใจมากขึ้นกันไปอีก

และอีกหนึ่งปัจจัยที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือการมาร่วมทีม อาร์เซน่อล ของ กาเบรียล เชซุส ที่เหมือนจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่ทำให้เกมรุกของ อาร์เซน่อล สมบูรณ์ขึ้นอย่างมาก ตั้งแต่ เชซุส ย้ายมาร่วมทัพปืนใหญ่ เขาลงเล่นไปแล้ว 4 นัดและทำไปแล้วถึง 4 ประตู และที่สำคัญกว่านั้นคือ กาเบรียล เชซุส ร่วมเล่นกับ 3 แนวรุกเดิมอย่าง บูคาโย่ ซาก้า, มาร์ติน โอเดการ์ด, กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ ได้แบบลงตัวทันที เรียกว่าแทบจะไม่ต้องปรับตัวอะไรกันเลย แถมมีกองหน้าดาวรุ่งอย่าง เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์ ที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมเมื่อปลายฤดูกาลที่แล้วที่ได้รับโอกาส และยังคงฟอร์มดีต่อเนื่องในช่วงปรีซีซั่น ไว้เป็นตัวเลือกในแนวรุกให้ มิเกล อาร์เตต้า ได้ใช้งานอีกด้วย

ในแผงกองกลางนั้น หากคู่กลางอย่าง กรานิต ชาก้า และ โธมัส ปาร์เตย์ อยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อมลงคู่กันเมื่อไหร่ เรียกได้ว่าเป็นอีกคู่กองกลางคุณภาพของ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เหมือนกัน

อีกส่วนที่น่าจะสนสำหรับ อาร์เซน่อล ในฤดูกาลที่จะถึงนี้คือส่วนของแผงกองหลัง ที่นอกจากทีมจะได้ตัว โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ มาเสริมในตำแหน่งแบ็คซ้ายแล้ว ยังได้กองหลังดาวรุ่งชาวฝรั่งเศสอย่าง วิลเลี่ยม ซาลิบา ที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในการยืมตัวไปเล่นกับ โอลิมปิก มาร์กเซย เมื่อฤดูกาลที่แล้ว กลับมาเสริมเกร่งให้ อาร์เซน่อล ในฤดูกาลที่จะถึงนี้อีกด้วย ทำให้ มิเกล อาร์เตต้า มีตัวเลือกคุณภาพให้ใช้งานเพิ่มขึ้นจาก กาเบรียล มากัลเญส และ เบน ไวท์ หรือจะให้ ซาลิบา ยืนคู่กับ มากัลเญส แล้วจับ ไวท์ ไปเล่นแบ็คขวาก็ยังได้

การปรับวิธีการเสริมนักเตะของ อาร์เซน่อล

ช่วงหลายปีก่อนหน้านี้ ต้องยอมรับว่า อาร์เซน่อล เป็นหนึ่งทีมที่เสริมทีมได้มั่วซั่วมากทีมนึงในบรรดาเหล่าบิ๊กทีมของ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แต่ตั้งแต่ตลาดซื้อขายนักเตะก่อนเปิดฤดูกาล 2021/2022 บอร์ดบริหารของ อาร์เซน่อล ได้มีการเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ในการเสริมนักเตะ เพื่อตอบโจทย์การสร้างทีมแห่งอนาคตของ มิเกล อาร์เตต้า ให้มากขึ้น

ในฤดูกาลที่แล้ว อาร์เซน่อล ทำการคว้านักเตะอย่าง แอรอน แรมส์เดล, เบ็น ไวท์, ทาเคฮิโระ โทมิยาสุ และ มาร์ติน โอเดการ์ด มาร่วมทัพ ซึ่งในช่วงแรกแฟนบอลก็ยังคงตั้งคำถามว่านักเตะเหล่านี้จะดีพอที่จะช่วยทำให้ทีม อาร์เซน่อล แข็งแกร่งขึ้นได้หรือไม่ แต่แล้วนักเตะเหล่านี้ก็สามารถพิสูจน์ตัวเองได้ทันทีตั้งแต่ฤดูกาลแรกกับทีมปืนใหญ่ ว่าพวกเขาดีพอจะยึดตำแหน่งตัวจริงในทีมได้

มาในฤดูกาลนี้ การเสริมทั้ง กาเบรียล เชซุส และ โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ ก็ดูเป็นการเพิ่มความแข็งแกร่งให้ทีมได้อย่างต่อเนื่อง ต้องรอดูว่าช่วงเวลาที่เหลือก่อนตลาดซื้อขายนักเตะจะปิดตัวลง อาร์เซน่อล จะสามารถเสริมแกร่งในตำแหน่งไหนได้อีกหรือไม่

ทั้งนี้อีกหนึ่งคนที่มีความสำคัญต่อการสร้างทีม อาร์เซน่อล ได้แก่ เอดู อดีตกองกลางของทีมที่ปัจจุบันรับหน้าที่เป็นประธานฝ่ายเทคนิคให้กับทีม เอดู เป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการร่วมสร้างทีม อาร์เซน่อล แห่งอนาคตนี้ร่วมกับ มิเกล อาร์เตต้า ซึ่งก็ต้องมารอดูกันว่าท้ายที่สุดๆ ทีมๆนี้ จะไปได้ไกลขนาดไหน

สปิริตแห่งพลังหนุ่มของ อาร์เซน่อล

อาร์เซน่อล ชุดนี้เรียกได้ว่าเป็นทีมพลังหนุ่มอย่างแท้จริง ทั้งผู้จัดการทีมอย่าง มิเกล อาร์เตต้า ที่ยังถือว่าเป็นกุนซือหนุ่ม และนักตัวหลักภายในทีมเกือบทั้งหมดก็มีอายุไม่เกิน 25 ปีกันถ้วนหน้า ไล่ตั้งแต่ แอรอน แรมส์เดล (24 ปี), ทาเคฮิโระ โทมิยาสุ (23 ปี), กาเบรียล มากัลเญส (24 ปี), เบ็น ไวท์ (24 ปี), คีแรน เทียร์นี่ย์ (25 ปี) โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ (25 ปี), บูคาโย่ ซาก้า (20 ปี), มาร์ติน โอเดการ์ด (23 ปี), กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ (21 ปี), กาเบรียล เชซุส (25 ปี) เรียกได้ว่าหากจะนับแค่นักเตะตัวจริง มีเพียงแค่คู่กลางอย่าง กรานิต ชาก้า (29 ปี) และ โธมัส ปาร์เตย์ (29 ปี) ที่อายุเกิน 25 ปี ถือว่าเป็นทีมที่เด็กมากๆ

เมื่อเป็นทีมพลังหนุ่มแล้ว อาร์เซน่อล ชุดนี้จึงเต็มไปด้วยความสดและความกระหายที่จะเล่นฟุตบอลอย่างเต็มเปี่ยม

นอกจากความสดและความกระหายแล้ว ข้อดีของการที่นักเตะอายุยังน้อย คือเรื่องอีโก้นั้นไม่เป็นปัญหาภายในทีม และทำให้นักเตะ อาร์เซน่อล มีเคมีของความกลมกลืนทั้งนอกและในสนาม แถมกุนซืออย่าง มิเกล อาร์เตต้า ยังออกกฏไม่ให้นักเตะจับกลุ่มกันตามเชื้อชาติ แต่ให้ทุกคนปฏิบัติต่อกันอย่างเท่าเทียม ทำให้ความกลมเกลียวภายในทีมยิ่งแน่นขึ้นไปอีก

ความเสี่ยงของ อาร์เซน่อล

ปัจจัยที่แฟน อาร์เซน่อล ต้องคอยติดตามหลักๆ สำหรับฤดูกาลที่จะมาถึงมีอยู่ 2 เรื่องได้แก่ อาการบาดเจ็บ และ ประสบการณ์โดยรวมของทีม

เรื่องอาการบาดเจ็บนั้นเป็นปัจจัยที่ทุกทีมต้องเผชิญอยู่แล้ว แต่กับ อาร์เซน่อล แฟนๆอาจจะเสียวเรื่องนี้เป็นพิเศษ เพราะทีมปืนใหญ่นั้นขึ้นชื่อเรื่องนักเตะบาดเจ็บเหลือเกิน โดยตำแหน่งที่น่าเป็นห่วงเป็นพิเศษได้แก่ตำแหน่งคู่กองกลางอย่าง กรานิต ชาก้า และ โธมัส ปาร์เตย์ ที่หากอยู่กันพร้อมหน้า ก็จะเป็นกำลังหลักให้ทีมได้เป็นอย่างดี แต่อย่างในฤดูกาลที่แล้วที่ทั้งคู่ผลัดกันเจ็บ โดยเฉพาะในรายของ โธมัส ปาร์เตย์ ที่พลาดการลงสนามไปมากกว่า 10 นัด ก็จะทำให้คุณภาพของแผงกลางของทีมลดลงอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน

ในเรื่องของการเสริมผู้เล่นเพื่อเข้ามาหมุนเวียนในแผงกองกลางเพื่อปิดความเสี่ยงดังกล่าว แฟนๆ อาร์เซน่อล คงต้องลุ้นให้ดีลที่ทีมไปจีบ ยูริ ตีเลอมันส์ จาก เลสเตอร์ ซิตี้ ลุล่วงไปได้ด้วยดี หากสามารถเสริม ตีเลอมันส์ หรือใครที่มีคุณภาพพอมารอหมุนเวียนกับ กรานิต ชาก้า และ โธมัส ปาร์เตย์ ได้ ก็จะช่วยลดความเสี่ยงเรื่องคุณภาพแผงกลางได้เช่นกัน

อีกหนึ่งเรื่องสำคัญคือเรื่องของความเก๋า และประสบการณ์ของทีมปืนใหญ่ อาร์เซน่อล

ในฤดูกาลที่แล้วเราได้เห็นความสำคัญของเรื่องนี้ไปเต็มๆ เพราะในช่วงท้ายฤดูกาลที่ อาร์เซน่อล ต้องเบียดแย่งอันดับ 4 กับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ในขณะที่ทั้งตัว อาร์เตต้า และประสบการณ์ของนักเตะวัยคะนองของ อาร์เซน่อล ยังไม่แกร่งกล้าพอ ทำให้ทีมไม่สามารถรักษาอันดับ 4 ของ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ไว้ได้ และอดไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แบบสุดช้ำในที่สุด

มาในฤดูกาลที่จะถึงนี้ แม้ อาร์เซน่อล จะมีการเตรียมทีมที่ดูดีในช่วงปรีซีซั่นและคาดว่าจะเปิดฤดูกาลด้วยฟอร์มที่ดีอย่างต่อเนื่อง แต่เชื่อว่ามันคงต้องมีสักช่วงของฤดูกาลที่ทีมอาจจะต้องเจอกับสถานการณ์ที่ยากลำบากและต้องใช้ความเก๋าในการฝ่าไปให้ได้ ไม่รู้ว่าถึงตอนนั้น ทีมพลังหนุ่มของ มิเกล อาร์เตต้า จะมีความแกร่งกล้าพอที่จะผ่านไปได้หรือยัง หากสามารถรับมือกับสถานการณ์กดดันต่างๆได้ เชื่อว่า อาร์เซน่อล ทีมนี้จะเป็นทีมที่ใครก็ประมาทไม่ได้เช่นกัน

จารย์ต้น

จารย์ต้น

คนธรรมดาที่หลงใหลในฟุตบอล จนยอมหลงทางกับมันอยู่ 3 ปี ตอนนี้หลบหนีออกมา รอเวลาหลงทางกลับเข้าไปใหม่…

แชร์เนื้อหา