“เปาโล มัลดินี่” ตำนานผู้อยู่เบื้องหลังการคืนชีพ “เอซี มิลาน” | TunGame

“เอซี มิลาน” ยักษ์หลับแห่งวงการฟุตบอลอิตาลีได้ตื่นขึ้นแล้ว ด้วยการเถลิงแชมป์ “กัลโช่ เซเรีย อา” ฤดูกาล 2021/2022 มาครองได้สำเร็จ นับเป็นแชมป์ “สคูเด็ตโต้” สมัยที่ 19 ของทีมปีศาจแดงดำ และเป็นการกลับมาทวงบัลลังค์แชมป์ลีกสูงสุดของอิตาลีในรอบ 11 ปี

แน่นอนว่าเครดิตต้องยกให้กับ “สเตฟาโน่ ปิโอลี่” กุนซือคนปัจจุบันที่ปั้นทีม “เอซี มิลาน” ให้แข็งแกร่งขึ้นทันตาเห็นในเวลา 2 ปี แต่มีอีกคนที่จะไม่ถูกพูดถึงไม่ได้เช่นกัน นั่นคือ “เปาโล มัลดินี่” ตำนานกองหลังของทีม เอซี มิลาน นั่นเอง

“เปาโล มัลดินี่” ทำหน้าที่อะไร และมีบทบาทในการกลับมาเถลิงแชมป์ของ “เอซี มิลาน” ขนาดไหน เชิญติดตามได้ในบทความ “เปาโล มัลดินี่ ตำนานผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ เอซี มิลาน”

“มัลดินี่” ไม่เอา “ราล์ฟ รังนิก”!!!

เปาโล มัลดินี่: จาก “ตำนาน” สู่ “เด็กฝึกงาน”

แชมป์กัลโช่ เซเรีย อา 7 สมัย, แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 5 สมัย ใน 25 ฤดูกาลกับการลงเล่น 902 นัดให้กับสโมสรเพียงสโมสรเดียว คือสถิติที่บ่งบอกถึงความเป็น ตำนาน เอซี มิลาน อย่างแท้จริงของ เปาโล มัลดินี่

หลังจากแขวนเกือกไปในปี 2009 เปาโล มัลดินี่ ก็ได้หวนคืนสู่ เอซี มิลาน อีกครั้งในปี 2018 กับบทบาท ผู้อำนวยการกลยุทธ์และพัฒนาการทางฟุตบอลของสโมสร โดยมี เลโอนาร์โด้ (ผู้อำนวยการกีฬา ปารีส แซงต์-แชร์กแมง คนปัจจุบัน) ผู้อำนวยการสโมสร เอซี มิลาน ณ ขณะนั้น เป็นผู้ทาบทามและควบคุมงาน เปาโล มัลดินี่ ไม่ต่างอะไรจากเด็กฝึกงาน

เปาโล มัลดินี่ มีความคิดในหัวมากมาย ที่เขาคิดว่ามันจะช่วยให้ เอซี มิลาน ทีมรักของเขากลับขึ้นมาจากหลุมได้ หลังจากที่ทีมปีศาจแดงดำเข้าสู่ยุคมืดตั้งแต่หลังปี 2011 ที่ไม่สามารถควานหาแชมป์ใด ๆ ได้เลย รวมถึงการไม่ได้ไปเล่นฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ตั้งแต่ปี 2014

แต่การทำงานภายใต้ เลโอนาร์โด้ นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เปาโล มัลดินี่ ยังไม่สามารถเอาไอเดียที่มีออกมาทำเป็นรูปธรรมได้ และมีอีกหลายอย่างที่ต้องเรียนรู้ในฤดูกาลแรกกับการทำงานในฝั่งบริหารหลังบ้านของสโมสร และเมื่อ มัลดินี่ เองเริ่มตั้งหลักได้ มันก็เป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่ เลโอนาร์โด้ ลาออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการของ เอซี มิลาน เพื่อไปรับงานบริหารที่ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง

การจากไปของ เลโอนาร์โด้ ทำให้ เปาโล มัลดินี่ ถูกเลื่อนตำแหน่งขึ้นมารับหน้าที่เป็นผู้อำนวยการกีฬาของสโมสรแบบเต็มตัวใน ฤดูกาล 2019/2020 และนั่นคือจุดเริ่มต้นของปฏิบัติการ “คืนชีพ เอซี มิลาน”

“เปาโล มัลดินี่” เลือกและเชื่อมั่นใน “สเตฟาโน่ ปิโอลี่”

งานแรกของ เปาโล มัลดินี่ คือการจ้าง มาร์โก จัมเปาโล เข้ามาเป็นกุนซือของทีม เอซี มิลาน ก่อนเปิดฤดูกาล 2019/2020 แต่เมื่อเวลาผ่านไปไม่นาน เปาโล มัลดินี่ ก็รับรู้ได้ว่าเขาตัดสินใจผิดไป แล้วเลือกที่จะเปลี่ยนผู้จัดการทีมทันทีหลังจากที่ กัลโช่ เซเรีย อา เล่นไปเพียง 7 นัด โดยคราวนี้กุนซือที่ มัลดินี่ ได้ให้ความไว้วางใจได้แก่ “สเตฟาโน่ ปิโอลี่”

กระแสของ สเตฟาโน่ ปิโอลี่ นั้นไม่สู้ดีนักในช่วงแรกที่เขาเข้ารับงาน เพราะตัว ปิโอลี่ ไม่สามารถทำผลงานให้ทีม เอซี มิลาน ดีขึ้นได้จนเกิดกระแสขับไล่จากแฟนบอล แต่สำหรับ เปาโล มัลดินี่ แล้วเขาเชื่อใจและยืนหยัดเคียงข้าง ปิโอลี่ 100% ว่าด้วยวิธีการทำงานของ ปิโอลี่ จะสามารถทำให้ทีม เอซี มิลาน ดีขึ้นได้ เพียงแต่มันต้องใช้เวลาในการซ่อมแซมทีมที่หลับไหลและไม่ได้ประสบความสำเร็จมานาน

เสียงตอบรับเชิงลบต่อ สเตฟาโน่ ปิโอลี่ ในช่วงต้นปี 2020 แรงถึงขั้นที่ อิวาน กาซิดิส ซีอีโอของทีม เอซี มิลาน ได้ไปดีลตัว ราล์ฟ รังนิก (กุนซือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คนล่าสุด) ไว้แล้วในขณะนั้น แต่ เปาโล มัลดินี่ ก็พยายามต้านสุดฤทธิ์เพื่อให้ สเตฟาโน่ ปิโอลี่ ได้ทำงานต่อ และสุดท้ายแผนล่าตัว ราล์ฟ รังนิก ของ อิวาน กาซิดิส ก็ต้องหยุดชะงัก เมื่อโรคระบาดโควิด-19 ลามไปทั่วอิตาลีจนกิจกรรมทางฟุตบอลต้องพักการแข่งขันไป

และเมื่อ กัลโช่ เซเรีย อา 2019/2020 ได้กลับมาฟาดแข่งกันอีกครั้งหลังจากที่ต้องหยุดเพราะโควิด-19 ไปในเดือน มีนาคม – มิถุนายน 2020 สเตฟาโน่ ปิโอลี่ ก็เริ่มตอบแทนความไว้เนื้อเชื่อใจของ เปาโล มัลดินี่ ด้วยการคุมทีมลงเล่นหลังพักเบรคโควิด-19 จนจบฤดูกาลด้วยฟอร์มอันร้อนแรง เก็บได้ถึง 30 คะแนนจาก 12 นัด (ชนะ 9 เสมอ3 ไม่แพ้ใครเลย) กลายเป็นทีมที่ทำแต้มได้สูงสุดของ กัลโช่ เซเรีย อา ในช่วงเวลาดังกล่าว พร้อมทำให้ อิวาน กาซิดิส ซีอีโอของทีมที่เคยเกือบปลด ปิโอลี่ เปลี่ยนใจและกลับมาเชื่อใจพร้อมสนับสนุนการทำงานของ เปาโล มัลดินี่ และ สเตฟาโน่ ปิโอลี่ มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

ท้ายที่สุด สเตฟาโน่ ปิโอลี่ ที่ เปาโล มัลดินี่ ไว้วางใจก็สามารถพา เอซี มิลาน จบอันดับที่ 2 ของ กัลโช่ เซเรีย อา ได้ในฤดูกาล 2020/2021 นับเป็นการพาทีมปีศาจแดงดำกลับสู่เวที ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้ในรอบ 7 ปี และยิ่งไปกว่านั้นคือการที่ ปิโอลี่ สามารถพา เอซี มิลาน กลับคืนสู่บัลลังค์แชมป์ กัลโช่ เซเรีย อา ได้สำเร็จในรอบ 11 ปี ในฤดูกาล 2021/2022 นี้

“เปาโล มัลดินี่” กับแผนการซื้อ-ขายนักเตะที่เฉียบแหลม

เปาโล มัลดินี่ คือคนที่คิดและตัดสินใจในการซื้อ-ขาย-ปล่อย นักเตะทั้งหมดของทีม โดยทำงานร่วมกับ สเตฟาโน่ ปีโอลี่ เพื่อเลือกนักเตะที่ตอบโจทย์ที่สุดให้แก่ ปิโอลี่ ได้ใช้

เริ่มแรก เปาโล มัลดินี่ เลือกที่จะดึง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กลับคืนสู่ถิ่น ซาน ซีโร่ อีกครั้งในช่วงตลาดหน้าหนาวของฤดูกาล 2019/2020 โดยสิ่งที่ เปาโล มัลดินี่ ต้องการจาก ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ไม่ใช่เพียงความสามารถในสนาม แต่ มัลดินี่ เล็งเห็นว่าขุมกำลังของ เอซี มิลาน ในขณะนั้นเต็มไปด้วยแข้งอายุน้อยและไม่มีประสบการณ์การเป็นแชมป์มาก่อน ดังนั้นการได้ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ผู้มีประสบการโชคโชนรวมไปถึงความกระหายในชัยชนะของ ซลาตัน มาเป็นผู้นำและแบบอย่างให้น้อง ๆ ในทีม จะช่วยให้ทีมมีความทัศนคติที่ดีและเรียนรู้ที่จะเป็นผู้ชนะเหมือน ซลาตัน

เปาโล มัลดินี่ ยังมีสายตาที่เฉียบแหลมในการเลือกเซ็นนักเตะเข้าสู่ทีม โดยผู้เล่นตัวหลักมากมายในทีมชุดแชมป์ กัลโช่ เซเรีย อา ชุดนี้ของ เอซี มิลาน ถูกดึงตัวเข้าสู่ทีมในยุคของ เปาโล มัลดินี่ ทั้งนั้น ไล่ตั้งแต่ เตโอ แอร์กน็องเดซ แบ็คซ้ายจอมบุกของทีมที่ เปาโล มัลดินี่ บินไปเชื้อเชิญด้วยตัวเองถึงสเปน, ราฟาเอล เลเอา เจ้าของรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลกัลโช่ เซเรีย อา ปีล่าสุด, ซานโดร โตนาลี่ มิดฟิล์ดอนาคตไกลของทีมชาติอิตาลี, รวมไปถึง ฟิกาโย่ โทโมริ และ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ที่หมดอนาคตกับ เชลซี แล้วแต่ มัลดินี่ ก็สามารถดึงทั้งคู่มาให้ ปิโอลี่ ใช้งานจนสามารถพาทีมคว้าแชมป์ กัลโช่ เซเรีย อา มาครองได้

อีกหนึ่งหลักการที่ เปาโล มัลดินี่ ยึดมั่นได้แก่ “สโมสรใหญ่กว่านักเตะ” อย่างเช่นในกรณีของ จิอานลุยจิ ดอนนารุมม่า อดีตผู้รักษาประตูอนาคตไกลของ เอซี มิลาน ที่เรียกร้องสัญญาฉบับใหม่ที่มีมูลค่ามากเกินกว่าที่สโมสรเห็นควร เปาโล มัลดินี่ ก็เลือกที่จะไม่ต่อสัญญากับ ดอนนารุมม่า และยอมเสียตัวมือกาวรายนี้ออกจากทีมไปแบบฟรี ๆ หลังจบฤดูกาล 2020/2021 แล้วเลือกที่จะหาตัวแทนที่คุ้มค่าคุ้มราคามาแทนซึ่งได้แก่ ไมค์ เมนญอง ผู้รักษาประตูที่เพิ่งช่วย ลีลล์ คว้าแชมป์ ลีกเอิง ซึ่ง ไมค์ เมนญอง ก็ไม่ทำให้ เปาโล มัลดินี่ ผิดหวัง ด้วยการเซฟช่วยทีมจนแฟนบอลต่างลืม จิอานลุยจิ ดอนนารุมม่า พร้อมคว้าตำแหน่ง ผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลของ กัลโช่ เซเรีย อา และเป็นอีกหนึ่งเสาหลักในการช่วย เอซี มิลาน คว้าแชมป์ สคูเด็ตโต้ ฤดูกาลนี้ไปครอง

ทั้งหมดทั้งมวลที่ได้กล่าวมา พอจะเป็นเหตุผลได้ว่า เปาโล มัลดินี่ คือตำนานผู้อยู่เบื้องหลังการคืนชีพของ เอซี มิลาน สโมสรอันเป็นที่รักของเขาอย่างแท้จริง และเชื่อว่าการกลับมาคว้า แชมป์กัลโช่ เซเรีย อา ฤดูกาลนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น เป้าหมายของ เปาโล มัลดินี่ คือการพา เอซี มิลาน กลับไปที่จุดเดิมในฐานะยักษ์ใหญ่แห่งวงการฟุตบอลอิตาลี ที่จะมาฟาดฟันกับ ยูเวนตุส และ อินเตอร์ มิลาน รวมไปถึงการพา เอซี มิลาน กลับไปครองเจ้ายุโรปอีกครั้งเหมือนสมัยที่ตัว มัลดินี่ เองเป็นนักเตะ

เรามารอดูกันว่า เปาโล มัลดินี่ จะสามารถพา เอซี มิลาน ไปได้ไกลขนาดไหน

“จูเซ็ปเป้ มาร็อตต้า” ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของอินเตอร์ มิลาน (และ ยูเวนตุส เมื่อ 9 ปีก่อน)

จารย์ต้น

จารย์ต้น

คนธรรมดาที่หลงใหลในฟุตบอล จนยอมหลงทางกับมันอยู่ 3 ปี ตอนนี้หลบหนีออกมา รอเวลาหลงทางกลับเข้าไปใหม่…

แชร์เนื้อหา