5 นักเตะที่ย้ายทีมแล้ว “ไม่ปัง!” จนต้องกลับไป “ตายรัง” ทีมเก่า | TunGame

โรเมลู ลูกากู ได้ย้ายกลับไปร่วมทีม อินเตอร์ มิลาน สมใจอยากด้วยสัญญายืมตัวในซัมเมอร์นี้ จะเรียกว่าเป็นการ กลับไปตายรัง ก็ว่าได้ หลังจากที่เจ้าตัวเพิ่งย้ายออกไปร่วมทัพ เชลซี ด้วยค่าตัวมหาศาลเพียง 1 ฤดูกาลเท่านั้น แต่กลับล้มเหลวไม่เป็นท่า

อันที่จริง การที่นักฟุตบอลย้ายกลับไปตายรังกับทีมเก่าหลังจากที่ไม่สามารถประสบความสำเร็จกับทีมใหม่ได้แบบที่ โรเมลู ลูกากู ทำ นั้นเป็นเรื่องที่เห็นอยู่เรื่อยๆในวงการฟุตบอล

เรามาดูกันว่า “5 นักเตะที่ย้ายทีมแล้ว ไม่ปัง! จนต้องกลับไป ตายรัง ทีมเก่า” มีใครกันบ้าง

ย้ายทีมแล้ว “ไม่ปัง” กลับไป “ตายรัง” ดีกว่า

5. มาริโอ เกิทเซ่ ( 2013 ย้ายไป บาเยิร์น มิวนิค, 2016 ย้ายกลับ ดอร์ทมุนด์ )

การย้ายไป บาเยิร์น มิวนิค ในปี 2013 ของ มาริโอ เกิทเซ่ ถือเป็นเรื่องที่ทำร้ายจิตใจของแฟนเสือเหลือง ดอร์ทมุนด์ อย่างมาก เพราะตอนนั้น เจอร์เก้น คล็อปป์ ได้ปลุกปั้น ดอร์ทมุนด์ จนขึ้นมาเป็นทีมระดับท็อปของยุโรปที่มี เกิทเซ่ เป็นหนึ่งในตัวหลักของทีมร่วมกับดาวเตะอีกมากมายทั้ง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้, มาร์โค รอยส์, มัตส์ ฮุมเมิ่ลส์, อิลคาย กุนโดกัน แถม มาริโอ เกิทเซ่ ยังเป็นเด็กปั้นของสโมสรตั้งแต่อายุ 9 ขวบ แต่เขากลับเลือกจะย้ายไปค้าแข้งให้กับ บาเยิร์น มิวนิค ทีมคู่ปรับสำคัญ และประกาศการย้ายตัวเพียงไม่กี่วันก่อนที่ทั้ง 2 ทีมจะพบกันในเกมนัดชิง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2013 ที่ ดอร์ทมุนด์ อกหักซ้ำสองด้วยการพ่าย บาเยิร์น มิวนิค ไปในนัดชิงนัดนั้น

มาริโอ เกิทเซ่ กับ บาเยิร์น มิวนิค เหมือนจะไปได้สวยในฤดูกาลแรกที่เจ้าตัวทำได้ถึง 10 ประตูกับ 9 แอสซิสต์ ใน บุนเดสลีกา และยังคงได้ลงเล่นอย่างต่อเนื่องในฤดูกาลที่ 2 แต่แทนที่ผลงานจะพัฒนาขึ้น สถิติการทำประตูและแอสซิสต์ของ เกิทเซ่ กลับเริ่ม ลดลง พอมาในฤดูกาล 3 ของ เกิทเซ่ กับ บาเยิร์น มิวนิค ฟอร์มและความมั่นใจของเขาก็ค่อยๆหายไป สาเหตุมาจากทั้งอาการบาดเจ็บที่รบกวนและความชื่นชอบในตัว เกิทเซ่ ของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่ดูลดลงจากการเล่นไม่เข้าแท็คติก จนไม่สามารถยึดตำแหน่งตัวจริงในทีมได้

เมื่อไม่สามารถแย่งตำแหน่งตัวจริงที่ บาเยิร์น มิวนิค ได้ ในที่สุด มาริโอ เกิทเซ่ ก็ตัดสินใจเก็บข้าวของย้ายกลับถิ่นเสือเหลือง ดอร์ทมุนด์ ในปี 2016 เพื่อหวังจะเรียกฟอร์มเก่งอีกครั้ง แต่ด้วยปัญหาสุขภาพเรื่องการเผาผลาญที่มีปัญหาส่งผลให้เจ้าตัวเกิดอาการบาดเจ็บอยู่บ่อยครั้ง อดีตดาวรุ่งที่น่าจับตามองที่สุดในเยอรมันอย่าง มาริโอ เกิทเซ่ จึงไม่สามารถก้าวขึ้นไปอยู่ในจุดที่แฟนบอลคาดหวังได้อีกเลย

4. อ็องตวน กรีซมันน์ (2019 ย้ายไป บาร์เซโลน่า, 2021 ย้ายกลับ แอตเลติโก มาดริด)

ระหว่างปี 2014-2019 ที่ อ็องตวน กรีซมันน์ เล่นให้กับ แอตเลติโก มาดริด เขาค่อยๆสร้างชื่อตัวเองขึ้นมาจนถูกยกให้เป็นหนึ่งในตัวรุกที่อันตรายที่สุดในยุโรป และเมื่อมีชื่อขึ้นมาถึงจุดสุดยอดแล้ว กรีซมันน์ ก็กระสันอยากจะย้ายไปเล่นกับ บาร์เซโลน่า เพื่อยกระดับความท้าทายในอาชีพและชื่อเสียงของตัว จนในที่สุด แอตเลติโก มาดริด ก็ปล่อยตัวเขาไป บาร์เซโลน่า ด้วยค่าตัวถึง 120 ล้านยูโร ในปี 2019

ปัญหาหลักของ อ็องตวน กรีซมันน์ ที่ บาร์เซโลน่า คือระบบฟุตบอล 4-3-3 ของ บาร์ซ่า นั้นไม่มีที่ให้ อ็องตวน กรีซมันน์ ลง ตำแหน่งถนัดที่แท้จริงของ กรีซมันน์ ที่เขาเล่นที่ แอตเลติโก มาดริด รวมไปถึงที่ ทีมชาติฝรั่งเศส คือตำแหน่งกองหน้าตัวต่ำที่คอยหาพื้นที่และสร้างสรรค์เกม แต่ตำแหน่งนั้นก็ค่อนข้างจะทับกับ ลิโอเนล เมสซี่ อยู่แล้ว ทำให้ กรีซมันน์ มักถูกโยกไปเล่นตำแหน่งปีกซึ่งไม่ใช่ตำแหน่งถนัดของเขาเท่าไหร่ ไหนจะอุปสรรคเรื่องเปลี่ยนโค้ชถึง 3 คนในเวลา 2 ปีที่เขาอยู่กับ บาร์เซโลน่า ไล่ตั้งแต่ เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้, กีเก้ เซเตียน และ โรนัลด์ คูมัน ซึ่งแต่ละคนก็มีวิธีการทำทีมและการใช้ อ็องตวน กรีซมันน์ ที่ไม่เหมือนกัน แต่ทั้งหมดที่ กรีซมันน์ ถูกสั่งให้เล่นนั้น มันก็ไม่ใช่ตำแหน่งถนัดของเขาอยู่ดี

แม้จะพยายามอย่างเต็มที่ในช่วงระยะเวลา 2 ปี กับ บาร์เซโลน่า และจะทำได้ดีขึ้นในฤดูกาลที่ 2 แต่ อ็องตวน กรีซมันน์ ก็ไม่สามารถเฉิดฉายในแบบที่เขาและแฟนบอลคาดหวังจากชื่อและค่าตัวของเขาได้ ทำให้ในฤดูกาล 2021/2022 บาร์เซโลน่า ยอมปล่อย อ็องตวน กรีซมันน์ กลับสู่ แอตเลติโก มาดริด ด้วยสัญญายืมตัว ซึ่งตัวของ กรีซมันน์ เองก็หวังจะเรียกฟอร์มเก่งกลับมาให้ได้

ทั้งนี้ อ็องตวน กรีซมันน์ ไม่เคยกล่าวโทษว่าการย้ายไป บาร์เซโลน่า เป็นเรื่องที่ผิดพลาดและภูมิใจที่ครั้งนึงได้เคยสวมใส่ชุดของทีม แต่ตัว กรีซมันน์ เองก็ยอมรับว่าเขาเจออุปสรรคในการปรับตัวจริงๆ

3. เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ (2017 ย้ายไป เอซี มิลาน, 2018 ย้ายกลับ ยูเวนตุส)

การย้ายไป เอซี มิลาน ของ เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ ในปี 2017 ถือเป็นเรื่องที่ช็อควงการฟุตบอลอิตาลีอย่างมากในขณะนั้น เพราะประการหลังที่สร้างชื่อและประสบความสำเร็จอย่างมากมายกับ ยูเวนตุส ดันมีเรื่องผิดใจกับสโมสรโดยเฉพาะตัวกุนซืออย่าง มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี ทำให้เจ้าตัวทำเรื่องขอย้ายออกจากทีม แต่แทนที่ตัวเขาจะย้ายไปต่างแดนเพราะก็มีทีมใหญ่ในยุโรปอยากได้ตัวเขา โบนุชชี่ กลับเลือกย้ายไปซบ เอซี มิลาน คู่ปรับร่วมชาติที่ต้องการจะกลับขึ้นมายิ่งใหญ่อีกครั้ง เอซี มิลาน รีบดึงตัว โบนุชชี่ หนึ่งในกองหลังที่ดีที่สุดในยุโรปไปร่วมทีม หวังให้เป็นเสาหลักของการกู้ชื่อสโมสร แถมยกปลอกแขนกัปตันของทีมให้ เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ ได้ครอบครองทันที

โปรเจ็คกอบกู้สโมสรของ เอซี มิลาน ที่หวังให้ เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ เป็นเสาหลักนั้นพังไม่เป็นท่า ทีมนั้นจบเพียงอันดับ 6 ของตาราง กัลโช่ เซเรีย อา และถึงแม้จะเข้าชิงฟุตบอล โคปปา อิตาเลีย ได้แต่ก็แพ้ให้กับ ยูเวนตุส ทีมที่ โบนุชชี่ แยกทางมาแบบย่อยยับ ความล้มเหลวนี้ทำให้ โบนุชชี่ เริ่มคิดได้ว่าเขาพลาดไปแล้วที่ใช้อารมณ์ชั่ววูบในการตัดสินใจย้ายออกจาก ยูเวนตุส สโมสรที่มีความมั่นคงอย่างมากในเวลานั้น

เมื่อจบฤดูกาล 2017/2018 เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ ก็ขอทำเรื่องย้ายกลับสู่ ยูเวนตุส ทันที ซึ่งโชคดีที่ ยูเวนตุส ไม่ติดใจอะไร เพราะสโมสรก็ยังเชื่อในฝีเท้าของ โบนุชชี่ เหมือนเดิม แต่กับแฟนบอล ยูเวนตุส นั้นจนทุกวันนี้ก็ยังคงมีบางส่วนที่ยังไม่ให้อภัย เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ แบบ 100% เพราะการย้ายไป เอซี มิลาน ครั้งนั้นก็ถือเป็นเรื่องที่เจ็บแสบไม่เบา แถมยังมีเหตุการณ์ที่ โบนุชชี่ มาทำประตูได้ที่ ยูเวนตุส สเตเดี้ยม ในสีเสื้อของ เอซี มิลาน แล้วไปดีใจใส่กลุ่มแฟนบอลอัลตร้าของ ยูเวนตุส ทำให้แฟนบอลแค้นเข้าเส้นเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ฟอร์มของ เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ หลังจากย้ายกลับมาร่วมทีมรอบหลังจะไม่พีคเหมือนตอนก่อนที่เขาจะย้ายไป เอซี มิลาน ด้วยวัยที่มากขึ้น แต่ก็ยังถือว่าเขาสามารถรักษามาตรฐานการเล่นมาได้เรื่อยๆตั้งแต่ย้ายกลับมาเล่นให้กับ ยูเวนตุส แถมในฤดูกาลหน้า เขาจะได้รับปลอกแขนกัปตันของทีมมาครอง หลังจากที่ จอร์โจ้ คิเอลลินี่ ได้ลาทีมไปในซัมเมอร์นี้

2. ปอล ป็อกบา (2016 ย้ายไป แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, 2022 ย้ายกลับ ยูเวนตุส)

ปอล ป็อกบา สร้างชื่อกับ ยูเวนตุส จนขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในกองกลางที่ดีที่สุดในโลกจน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องยอมทุ่มเงินกว่า 105 ล้านยูโร ซึ่งเป็นค่าตัวสถิติโลกในเวลานั้น เพื่อดึงกองกลางชาวฝรั่งเศสรายนี้กลับไปช่วยพาทีมกลับมายิ่งใหญ่

ตลอดระยะเวลา 6 ฤดูลกาล ที่ ปอล ป็อกบา อยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เรียกได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่น่าผิดหวังสำหรับทั้ง 2 ฝ่าย โดย ปอล ป็อกบา สามารถคว้าแชมป์ร่วมกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้เพียง 2 รายการเท่านั้น และตัว ป็อกบา ก็ไม่สามารถโชว์ฟอร์มเทพเหมือนตอนอยู่ ยูเวนตุส ออกมาได้ มีอาการบาดเจ็บรวบกวนอยู่เป็นประจำ แถมชอบมีปัญหาเรื่องนอกสนามทั้งกับแฟนบอล หรือแม้กระทั้งเรื่องการโฟกัสกับแฟชั่นหรือทรงผมมากกว่าเรื่องในสนาม

แถมส่งท้ายด้วยการทำสารคดีส่วนตัวที่พูดจาไม่ดีถึงสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำให้แฟนบอลนั้นสาปส่ง ปอล ป็อกบา แบบไม่เหลือเยื่อใย

ในฤดูกาล 2022/2023 ที่จะถึงนี้ ปอล ป็อกบา ตัดสินใจกลับมาเริ่มต้นใหม่กับ ยูเวนตุส ซึ่งเป็นที่ที่ทำให้เขามีชื่อเสียงอีกครั้ง กับโค้ชคู่ใจอย่าง มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี โดย ป็อกบา ยอมลดค่าเหนื่อยจากที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เสนอให้เขาเกือบเท่าตัว เพื่อได้เล่นในที่ที่เขาคิดว่า ตัวเองจะได้เล่นฟุตบอลอย่างมีความสุขและได้โชว์ความสามารถของตัวเองอีกครั้ง ก็ต้องมารอดูกันต่อไปว่า ปอล ป็อกบา จะทำตัวเหมือนตอนที่อยู่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หรือไม่ หรือว่ากองกลางรายนี้จะสามารถกลับมาเป็นเทพแห่ง ยูเวนตุส ได้จริงๆ

1. โรเมลู ลูกากู (2021 ย้ายไป เชลซี, 2022 ย้ายกลับ อินเตอร์ มิลาน)

โรเมลู ลูกากู นั้นย้ายกลับมาสู่ เชลซี ด้วยความหวังอันสูงส่งที่ทีมยอมทุ่มเงินถึง 97.5 ล้านปอนด์ เพื่อดึง ลูกากู กลับมาช่วยทีมไล่ล่าความสำเร็จ หลังจากที่เจ้าตัวหนีออกจาก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ไปเค้นฟอร์มเก่งที่ อินเตอร์ มิลาน อยู่ 2 ฤดูกาล และตัว ลูกากู เองก็ดูมีความกระหายที่จะกลับมาพิสูจน์ตัวเองบนเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ อีกครั้งเช่นกัน

แต่เรื่องราวก็ไม่เป็นดังหวัง แม้จะเปิดตัวได้อย่างยอดเยี่ยม แต่เมื่อฤดูกาลดำเนินไป โรเมลู ลูกากู กลับรู้สึกไม่เข้าแผนและระบบของ โธมัส ทูเคิ่ล แต่แทนที่เจ้าตัวจะอดทนทำงานไปอย่างเงียบๆ ลูกากู กลับเรียกนักข่าวจาก สกาย สปอร์ต อิตาเลีย มาสัมภาษณ์ตัวเองเรื่องความคิดที่อยากจะกลับ อินเตอร์ มิลาน ตั้งแต่ฤดูกาลยังผ่านไปไม่ถึงครั้งทาง สร้างความไม่พอใจให้กับแฟนบอล เชลซี อย่างมาก และสร้างความปั่นป่วนภายในทีม เชลซี ไม่น้อย

แม้ โธมัส ทูเคิ่ล จะเคลียร์เรื่องนี้กับตัว โรเมลู ลูกากู แล้วพร้อมจะทำงานด้วยกันต่อ แต่กลายเป็นตัว ลูกากู ซะเองที่ยิ่งเล่นยิ่งหมดความมั่นใจไปเรื่อยๆ ภาพจับบอลลั่นเหมือนสมัยอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เริ่มมีออกมาให้เห็นเหมือนเป็นเดจาวู

ท้ายที่สุด เมื่อฤดูกาลสิ้นสุดลง โรเมลู ลูกากู ก็รีบเผ่นออกจาก เชลซี กลับสู่อ้อมอกของ อินเตอร์ มิลาน ทันทีด้วยสัญญายืมตัว แม้สัญญาหลักจะยังคงอยู่กับ เชลซี แต่เจ้าตัวก็ให้สัมภาษณ์แบบไม่แคร์สื่อทันทีที่ถึง อินเตอร์ มิลาน ว่าตัวเองได้ทำผิดพลาดไปแล้วที่เลือกย้ายไป เชลซี (ทั้งที่จริงๆลูกากูก็เป็นคนที่อยากกลับไปเอง) ทำให้แฟนๆ เชลซี ที่ผิดหวังในดีลที่ทีมอุตส่าห์ทุ่มเอาตัวเขากลับมาอยู่แล้ว โกรธและเกลียดกองหน้ารายนี้เข้าไปใหญ่

จากที่กล่าวมาส่วนใหญ่ การย้ายกลับไปทีมเดิมของทั้ง มาริโอ เกิทเซ่, อ็องตวน กรีซมันน์ และ เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ ต่างก็ไม่สามารถโชว์ผลงานได้ดีเหมือนที่เจ้าตัวทำได้ก่อนจะย้ายออกจากทีมไป เรามารอดูกันว่า 2 นักเตะอย่าง ปอล ป็อกบา และ โรเมลู ลูกากู จะสามารถเรียกฟอร์มเก่งได้หรือไม่ เมื่อกลับไป “ตายรัง”

จารย์ต้น

จารย์ต้น

คนธรรมดาที่หลงใหลในฟุตบอล จนยอมหลงทางกับมันอยู่ 3 ปี ตอนนี้หลบหนีออกมา รอเวลาหลงทางกลับเข้าไปใหม่…

แชร์เนื้อหา