แกเร็ธ เบล กับ 5 โมเมนต์แห่งความทรงจำ | TunGame

แกเร็ธ เบล หนึ่งในสุดยอดดาวเตะแห่งวงการลูกหนังยุคนี้ได้ประกาศยุติเส้นทางอาชีพการค้าแข้งอย่างเป็นทางการในวัย 33 ปี กลายเป็นอีกหนึ่งนักเตะที่เข้าสู่ทำเนียบตำนานของ เรอัล มาดริด ทีมชาติเวลส์ และ วงการฟุตบอล ไปเป็นที่เรียบร้อย

เพื่อเป็นการสดุดีแด่สุดยอดนักเตะแห่งยุคคนนี้ เรามาร่วมย้อนความหลังถึง “5 โมเมนต์แห่งความทรงจำ” ที่ชายที่มีชื่อว่า “แกเร็ธ เบล” ได้ฝากไว้ให้กับโลกฟุตบอลกันครับ

อีกหนึ่ง “ตำนาน” แห่งยุค

5. แฮตทริกสร้างชื่อ ณ ซาน ซีโร่ ของ “แกเร็ธ เบล” (อินเตอร์ มิลาน 4 – 3 ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์, รอบแบ่งกลุ่ม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2010/2011)

แกเร็ธ เบล ได้มีโอกาสลงเล่นในเวที ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นครั้งแรกในฤดูกาล 2010/2011 กับทีมที่เขาแจ้งเกิดด้วยอย่าง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ โดยชื่อของ แกเร็ธ เบล เริ่มเป็นที่รู้จักและจับตามองอยู่แล้วในช่วงเวลานั้น แต่เกมที่ทำให้ทั้งโลกมิอาจปล่อยผ่านชื่อของเขาได้อีกต่อไป คือเกมที่ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ บุกไปพ่าย อินเตอร์ มิลาน ที่ ซาน ซีโร่ ในเกมรอบแบ่งกลุ่มของศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2010/2011

ในครึ่งแรก อินเตอร์ มิลาน ในฐานะแชมป์เก่าของ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ไล่ถล่ม ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ที่เหลือผู้เล่นเพียง 10 คนแบบยับเยินเดียวด้วยสกอร์ 4-0

แต่พอมาในครึ่งหลัง แกเร็ธ เบล ก็ระเบิดพลังกดคนเดียวไป 3 ประตูในนาทีที่ 51, 89, 91 ช่วยให้ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ไล่ตาม อินเตอร์ มิลาน เป็น 4-3 ซึ่งถึงแม้จะไม่สามารถช่วยให้ทีมตีเสมอได้ แต่สิ่งที่เขาได้ทำในวันนั้นก็ได้สร้างความตะลึงให้กับทั้งผู้เล่นที่อยู่ในสนามและแฟนบอลทั่วโลกที่ได้รับชม เพราะ 2 จาก 3 ลูกนั้นเป็นการลากเดี่ยวครึ่งสนาม ฝ่าแนวรับระดับเทพทั้ง ไมค่อน, ฮาเวียร์ ซาเน็ตติ, และ วอลเตอร์ ซามูเอล และผู้รักษาประตูอย่าง ฮูลิโอ เซซาร์ เข้าไปทำประตู เป็นการแจ้งเกิดในเวทีระดับโลกอย่างเต็มตัว

4. ความเร็วเหนือแสงสู่แชมป์แรกในชีวิตของ “แกเร็ธ เบล” (เรอัล มาดริด 2-1 บาร์เซโลน่า, รอบชิงชนะเลิศ โกปา เดล เรย์ 2013/2014)

แกเร็ธ เบล ย้ายจาก ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ มาสู่ เรอัล มาดริด ก่อนเปิดฤดูกาล 2013/2014 ด้วยค่าตัว 100 ล้านยูโร ซึ่งกลายเป็นค่าตัวสถิติโลกในเวลานั้น โดยเจ้าตัวมุ่งหวังที่จะเริ่มคว้าแชมป์ในอาชีพให้ได้สักที หลังจากที่ทำผลงานส่วนตัวได้อย่างยอดเยี่ยมแต่ไม่สามารถคว้าแชมป์ใดๆได้กับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์

แล้ว แกเร็ธ เบล ก็สามารถคว้า โกปา เดล เรย์ ได้เป็นแชมป์แรกในอาชีพสำเร็จตั้งแต่ฤดูกาลแรกที่เล่นให้กับ เรอัล มาดริด และที่พิเศษกว่านั้นคือ เขาเป็นคนทำประตูชัยในรอบชิงชนะเลิศในแบบที่โลกจะต้องจดจำไปตลอดกาล

ในนาทีที่ 85 ของเกม แกเร็ธ เบล ที่อยู่ในสนามมาตั้งแต่เริ่มเกม ได้บอลทางฝั่งซ้ายบริเวณกลางสนามและแตะบอลอ้อม มาร์ค บาร์ธา กองหลังของ บาร์เซโลน่า แล้วติดสปีดวิ่งอ้อมแซง มาร์ค บาร์ธา แบบงงกันทั้งสนามแล้วลากบอลเข้ากรอบเขตโทษไปทำประตูได้สำเร็จ กลายเป็นอีกประตูที่โลกฟุตบอลจะต้องจดจำ

3. “แกเร็ธ เบล” จิ๊กซอวชิ้นสุดท้ายที่ช่วยพา เรอัล มาดริด ผงาดแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก สมัยที่ 10 ได้สำเร็จ (เรอัล มาดริด 4-1 แอตเลติโก มาดริด, รอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2013/2014)

ก่อนที่ เรอัล มาริด จะคว้าตัว แกเร็ธ เบล มาในปี 2013/2014 ทีมราชันชุดขาวนั้นพยายามอย่างมากในการจะคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก สมัยที่ 10 มาครองให้ได้ แต่จนแล้วจนรอดพวกเขาก็ยังคงทำไม่สำเร็จ แม้จะมีผู้เล่นระดับโลกเต็มทีมไปหมดไม่ว่าจะเป็น คริสเตียโน่ โรนัลโด้, คาริม เบนเซม่า, อังเคล ดิ มาเรีย, ซาบี อลอนโซ่ และอีกมากมาย

แล้ว แกเร็ธ เบล ก็เข้ามากลายเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายที่พา เรอัล มาริด ไปถึงฝัน ด้วยการประกอบร่างกับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ คาริม เบนเซม่า กลายเป็น 3 ประสานในแนวรุกที่พา เรอัล มาดริด เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปีในปี 2013/2014

โดยนาทีที่ 110 ของรอบชิงชนะเลิศ แกเร็ธ เบล รับบทเป็นผู้ทำประตูสำคัญให้ เรอัล มาดริด ขึ้นนำ แอตเลติโก มาดริด เป็น 2-1 กลายเป็นใบเบิกทางสู่แชมป์ยุโรปที่รอคอยของทีมราชันชุดขาว ก่อนที่ มาร์เซโล่ และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ จะมาทำเพิ่มอีก 2 ประตูให้ เรอัล มาดริด ชนะไป 4-1 เถลิงแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก สมัยที่ 10 ที่รอคอยอย่างยิ่งใหญ่ หลังการมาของ แกเร็ธ เบล จิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายของทีม

2. “แกเร็ธ เบล” กับจักรยานอากาศที่โลกต้องจารึก (เรอัล มาดริด 3-1 ลิเวอร์พูล, รอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2017/2018)

การยิงลูกจักรยานอากาศเข้าแบบสวยงาม ย่อมเป็นที่ถูกจดจำอยู่แล้วในโลกฟุตบอล แล้วยิ่งเป็นการยิงลูกจักรยานอากาศได้ในนัดชิงชนะเลิศของศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ละก็ มันจะต้องถูกจดจำไปตลอดกาล

ในเกมรอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2017/2018 เรอัล มาดริด กำลังเสมออยู่กับ ลิเวอร์พูล ที่สกอร์ 1-1 ก่อนที่ แกเร็ธ เบล จะถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรองในนาทีที่ 60 ของเกม จากนั้นเพียง 8 นาที แกเร็ธ เบล ก็ได้ยิงประตูที่สวยสุดที่สุดลูกนึงในประวัติศาสตร์นัดชิง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก จากลูกจักรยานอากาศเข้าไปอย่างสวยงาม กลายเป็นประตูขึ้นนำลูกสำคัญของ เรอัล มาดริด ก่อนที่ แกเร็ธ เบล คนเดิมจำกดเพิ่มอีก 1 ประตูในนาที 83 ตอกฝาโรงให้ เรอัล มาดริด ชนะ ลิเวอร์พูล ไปได้ 3-1 คว้าแชมป์ยุโรปไปครองได้เป็นสมัยที่ 13

1. วีรบุรุษของ “ประเทศเวลส์” ที่มีชื่อว่า “แกเร็ธ เบล”

การได้เกิดมาเป็นนักฟุตบอลทีมชาติ เป็นอีกหนึ่งความภูมิใจสูงสุดที่นักฟุตบอลคนนึงจะพึงมีในฐานะนักฟุตบอลและคนของประเทศ ยิ่งการได้เป็นกำลังหลักในการพา ประเทศเล็กๆอย่าง ทีมชาติเวลส์ เข้าไปเล่นฟุตบอลโลกได้สำเร็จในรอบ 64 ปี ยิ่งนับว่าเป็นความภูมิใจสูงสุดของ แกเร็ธ เบล ในฐานะนักฟุตบอลชาวเวลส์เลยทีเดียว

แม้ในแง่มุมของชื่อเสียง การพาทีมชาติเล็กๆของเขาอย่าง ประเทศเวลส์ เข้าไปเล่น ฟุตบอลยูโร หรือ ฟุตบอลโลก ได้สำเร็จคงไม่ได้ทำให้แฟนบอลจดจำเหมือนลูกจักรยานอากาศนัดชิง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่สำหรับ แกเร็ธ เบล แล้วมันคือความภูมิใจที่สุดในชีวิตของเขา

แกเร็ธ เบล เป็นกำลังหลักที่ช่วยให้ ทีมชาติเวลส์ ผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอล ยูโร 2016 ได้สำเร็จ ซึ่งเป็นการผ่านเข้าไปเล่นในเมเจอร์ทัวร์นาเมนต์เป็นครั้งแรกในรอบ 58 ปีของ ทีมชาติเวลส์ แถมยังสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการพา ทีมชาติเวลส์ ทะลุถึงรอบรองชนะเลิศ ก่อนจะแพ้ ทีมชาติโปรตุเกส ที่ก้าวไปเป็นแชมป์ยูโร ในครั้งนั้น

และสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ แกเร็ธ เบล ได้ฝากไว้ให้กับประเทศของเขาคือการพา ทีมชาติเวลส์ ไปเล่น ฟุตบอลโลก 2022 ได้สำเร็จ โดยในรอบเพลย์ออฟ 2 นัดสุดท้าย แกเร็ธ เบล เป็นคนเหมาทำประตูทั้ง 3 ลูกใน 2 นัด พา ทีมชาติเวลส์ ไปเล่น ฟุตบอลโลก เป็นครั้งที่ 2 ในประวัติศาสตร์ของชาติ หลังจากที่รอคอยมาถึง 64 ปี

แม้ใน ฟุตบอลโลก 2022 ทีมชาติเวลส์ จะทำผลงานได้อย่างน่าผิดหวังและตกรอบแรกในฐานะทีมบ๊วยของกลุ่ม แต่การที่ แกเร็ธ เบล พาทีมชาติเล็กๆ อย่าง เวลส์ ไปถึงจุดนั้นได้ ก็เพียงพอที่ทำให้เขากลายเป็น “นักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดประวัติศาสตร์ชาติเวลส์” อย่างแท้จริง

หลังจากที่จบทัวร์นาเมนต์ ฟุตบอลโลก 2022 ในที่สุด แกเร็ธ เบล ก็ประกาศแขวนสตั๊ดอย่างเป็นทางการในวัย 33 ปี ถือเป็นการยุติเส้นทางการค้าแข้งที่สวยงามพร้อมเกียรติประวัติอันมากมาย รวมไปถึงประตูที่สวยงามนับไม่ถ้วน ที่จะอยู่ในความทรงจำของแฟนบอลยุคนี้ไปตลอดกาล

จารย์ต้น

จารย์ต้น

คนธรรมดาที่หลงใหลในฟุตบอล จนยอมหลงทางกับมันอยู่ 3 ปี ตอนนี้หลบหนีออกมา รอเวลาหลงทางกลับเข้าไปใหม่…

แชร์เนื้อหา