5 ลีกฟุตบอล นักเตะชื่อดังไปรีไทร์ | TunGame


ในท้ายที่สุด คริสเตียโน โรนัลโด้ ก็เตรียมย้ายไปเล่นในตะวันออกกลางกับ อัล-นาสเซอร์ สโมสรดังในลีกซาอุดีอาระเบีย
ถึงแม้ก่อนหน้านี้ โรนัลโด้ ได้เสาะหาทีมที่จะรับตัวเขาไป เพื่อไปเล่นในศึก ยูฟ่า แชมป์เปี้ยน ลีก แต่ไม่มีใครสนใจ
สาเหตุที่ โรนัลโด้ ย้ายมา ซาอุดีอาระเบีย ก็น่าจะเป็นเรื่องของรายได้ที่เพิ่มขึ้นมหาศาล
โดย โรนัลโด้ จะเซ็นสัญญา 2 ปีครึ่ง พร้อมฟันค่าเหนื่อยสูงถึง 200 ล้านยูโร (ประมาณ 7,435 ล้านบาท) ต่อปีเลยทีเดียว
การมาของ โรนัลโด้ ได้สร้างสถิติใหม่และทำให้ ลีกฟุตบอล “ซาอุดีโปรเฟสชันนัลลีก” ที่เป็นลีกฟุตบอลสูงสุดของประเทศกลายเป็นที่รู้จักในชั่วข้ามคืน
มาดูกันว่า ลีกอะไรอีกบ้างที่เป็นที่“รีไทร์” ของนักเตะชื่อดัง

1.Major League Soccer (สหรัฐฯ)

เมเจอร์ ลีก ของสหรัฐฯ ดูจะเป็นลีกที่นักฟุตบอลข้ามไปเล่นเยอะไม่น้อย
จากรายได้ที่ค่อนข้างโอเค รวมถึงสภาพแวดล้อมการเป็นอยู่มีความเพียบพร้อมหรูหรา
นักฟุตบอลรุ่น บุกเบิก ที่เรารู้จักกันดี คือ เดวิด เบ็คแฮม ที่ย้ายไป แอลเอ แกแล็กซี ในปี 2007 ได้สร้างอิมแพคอย่างมากต่อวงการฟุตบอลสหรัฐฯ
การมาของ เบ็คแฮม ยังเป็นแรงบันดาลใจให้อดีตเพื่อนร่วมทีมชาติอังกฤษหลายคน อาทิ สตีเวน เจอร์ราร์ด (แอลเอ แกแล็กซี ในปี 2015) แฟรงค์ แลมพาร์ด (นิวยอร์ค ซิตี้ เอฟซี ในปี 2015) เวย์น รูนีย์ (ดีซี ยูไนเต็ดในปี 2018) และ แอชลี่ย์ โคล (แอลเอ แกแล็กซี)
และยังมีนักเตะฐานะแชมป์โลกอาทิ เธียร์รี่ อองรี (นิวยอร์ก เร้ดบูล ในปี 2010) ริคาร์โด้ กาก้า (ออลันโด้ ในปี 2014) ดาบิด บีย่า (นิวยอร์ก ซิตี้ ในปี 2014) และ อังเดร ปิร์โล่ (นิวยอร์ก ซิตี้ ในปี 2015)
และนักเตะดีๆอย่าง ดิดิเยร์ ดร็อกบา (มอนทรีออล อิมแพคในปี 2015) นานี (ออร์แลนโด ซิตี้ ในปี 2019) และ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช (แอลเอ แกแล็กซีในปี 2018)

2.ไชนีส ซูเปอร์ลีก (จีน)



ไชนีส ซูเปอร์ลีก (CSL) ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีกระแสมาจากความจ่ายหนัก

โดยสโมสรในลีกจีนใช้จ่ายกันอย่างบ้าคลั่งเพื่อนำนักเตะพรสวรรค์ระดับแนวหน้ามาสู่สโมสรของตน
ไชนีส ซูเปอร์ลีก ไม่ได้เป็นเพียง “ลีกเกษียณอายุ” ซะทีเดียว เนื่องจากมีผู้เล่นหลายคนที่อายุยังน้อย ได้เลือกย้ายไปจีนเพื่อโกยเงิน
ยกตัวอย่าง คือ ออสก้า ในจุดที่พีคสุดของอาชีพ ได้ย้ายออกจากเชลซี ด้วยสถิติค่าตัวแพงที่สุดในประวัติศาสตร์ที่ 69 ล้านยูโร พร้อมค่าเหนื่อยอีกสัปดาห์ละ 500,000 ปอนด์ และได้ออกมายอมรับแมนๆว่า มาเพราะเงินล้วนๆ
และผู้เล่นพรีเมียร์ลีกอังกฤษหลายคน เช่น นิโกล่า อเนลก้า (Shanghai Shenhua ในปี 2012) มารูยาน เฟลไลนี่ (Shandong Luneng ในปี 2019) และ มาร์โก อนาโตวิซ (SIPG ในปี 2019)
และอีกหลายคน อาทิ เอเซเกล ลาเวซซี่ (Hebei China Fortune ในปี 2016) คาลอส เตเบซ (Shanghai Shenhua ในปี 2017) และ ฮาเวียร์ มาสเชราโน่ (Hebei China Fortune ในปี 2016)

3.เจลีก (ญี่ปุ่น)


เจลีก ของญี่ปุ่น แม้ว่าจะไม่ได้จ่ายหนักและสูงเท่าลีกอื่น ๆ ที่ แต่ก็ยังมีตำนานมากมายที่ก้าวข้ามมาลิ้มลองฟุตบอลญี่ปุ่น
ไมเคิล เลาดรู้ป รวมถึง โยฮัน ครัฟฟ์ ตำนาน บาร์เซโลน่า ต่างเป็นผู้บุกเบิกในการมาแรกๆ (เซ็นสัญญากับ Vissel Kobe ในปี 1996) เฟรดดี้ ลุงเบิร์ก ตำนานของ อาร์เซนอล (Shimizu S-Pulse ในปี 2011) และ ดีเอโก้ ฟอร์ลัน ตำนานชาวอุรุกวัย (Cerezo Osaka ใน 2014).
และในช่วง 5 ปีหลัง เจลีก ยังเป็นจุดหมายปลายทางที่นิยมของนักเตะหลายคน
ตั้งแต่ปี 2017 ลีกได้เห็นการหลั่งไหลของตำนานยุโรปหลายคน อย่าง เฟอร์นันโด ตอร์เรส (Sagan Tosu ในปี 2018) อันเดรส อิเนสต้า (Vissel Kobe ในปี 2018) และ ดาบิด บีย่า (Vissel Kobe ในปี 2019)
รวมถึง อดีต ผู้เล่นอาร์เซนอล อย่าง ลูคัส โพดอลสกี้ และ โทมัส เเฟร์มาเลน ทั้งคู่เข้าร่วม Vissel Kobe ในปี 2017 และ 2019 ตามลำดับซุปเปอร์ ลีก (ตุรกี)

4. ซุปเปอร์ ลีก (ตุรกี)



ซูเปอร์ลีก ของตุรกี มักเป็นผู้เล่นยุโรปที่อยากลงเล่นในยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก อาจเป็นลีกแรกๆในความคิดของพวกเขา
และ ซูเปอร์ลีก ของตุรกี มักจะเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับผู้เล่นที่กำลังพิจารณารีไทร์ และมักจะดึงดูดผู้เล่นที่มีความสามารถระดับสูงจากยุคต่างๆ อยู่เสมอ เหล่านี้รวมถึงตำนานชาวดัตช์ แฟร้ง เดอ บัวร์ (การาตาซาราย ในปี 2003) กูตี ตำนานของ เรอัล มาดริด (Besiktas ในปี 2010) โรบิน ฟาน เพอซี่ ตำนานพรีเมียร์ลีก (Fenerbahçe ในปี 2015) และ ซามูเอล เอโต้ ตำนานชาวแคเมอรูน (อันตัลยาสปอร์ในปี 2015)

5. เอลีก (ออสเตรเลีย)


เอลีก (ออสเตรเลีย) แม้ว่าปัจจุบันจะไม่ใช่ลีกที่โด่งดังและดึงดูดเท่าลีกก่อนหน้า แต่ก็เคยเป็นที่รู้จักกันดีในช่วงก่อนปี 2010
ย้อนกลับไปในปี 2009 A-League มี ผู้เล่นดังๆ คนแรกอย่าง ร็อบบี ฟาวเลอร์ ตำนานลิเวอร์พูล การมาถึงของเขาเริ่มเป็นกระแสในปีต่อๆ ไป โดยมีการเซ็นสัญญาครั้งใหญ่ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
นั่นคือ อเลสซานโดร เดล ปิเอโร ตำนานอิตาลี (ซิดนีย์ ในปี 2012) วิลเลียม กัลลาส ตำนานชาวฝรั่งเศสคนแรกของเอลีก (เพิร์ท กลอรี่ในปี 2013) และ หลุยส์ การ์เซีย (Central Coast Mariners ในปี 2016)

คริสเตียโน โรนัลโด้ จะเป็นผู้จุดกระแสฟุตบอลลีก ของ ซาอุดิอาระเบีย ได้อย่างแน่นอน และน่าจะมีผู้เล่นระดับโลกย้ายมาร่วมมากขึ้น ซึ่งแน่นอนว่า ด้วยรายได้มหาศาลของ ลีก ของ ซาอุดิอาระเบีย จะเป็นจุดหมายสุดท้ายให้นักเตะมาเล่นเพื่อรับทรัพย์ก้อนสุดท้ายในอาชีพ

ลอร์ดเอ็ม

ลอร์ดเอ็ม

ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินการลงทุน ที่ทำงานประจำเป็นงานอดิเรก เเละมีฟุตบอลเเละเเมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเป็นงานประจำ

แชร์เนื้อหา