4 นักเตะที่ต้องกลับมาพิสูจน์ตัวเองให้ได้ใน พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ | TunGame

เผลอแป๊ปเดียว อีก 2 อาทิตย์ พรีเมียร์ลีก ก็จะกลับมาทำฟาดแข้งกันอีกแล้วซึ่งนอกจากแฟนบอลอย่างเราๆที่ตั้งหน้าตั้งตารอชมการบรรเลงแข้งของสโมสรที่ตนเองรักแล้ว นักเตะๆหลายคนก็คงอยากจะกลับมาสร้างผลงานเพื่อพิสูจน์ตัวเองอีกครั้งว่าตัวเองยังมีดีพอที่จะเล่นในลีกที่ว่ากันว่าดีที่สุดในโลกได้ ดังนั้น ทันเกม จะพาไปพบกับ 4 แข้งมีดีกรีที่ต้องกลับมาพิสูจน์ตัวเองให้ได้อีกครั้งในฤดูกาลที่กำลังจะมาถึง

4 แข้งที่ต้องพิสูจน์ว่าตัวเอง “ดีพอ” ใน พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้

เดเล่ อัลลี่ (เอฟเวอร์ตัน)

เรียกว่าฟอร์มตกลงแบบกู่ไม่กลับเลยทีเดียวสำหรับแข้งวัย 26 ปี หลังเคยเป็น 1 ในนักเตะน่าจับตามองมากๆคนหนึ่งของวงการฟุตบอลอังกฤษโดย 3 ฤดูกาลแรกที่ลงเล่นให้กับ ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ เขายิงไปทั้งสิ้น 46 ประตู หรือเฉลี่ยฤดูกาลละ 15 ประตู จากตำแหน่งมิลฟิลด์ อย่างไรก็ตามอยู่ดีๆฟอร์มของเขาก็ตกลงไปอย่างน่าใจหายจนกระทั่งทีมไก่เดือยทองต้องปล่อยกองกลางรายนี้ไปให้กับ เอฟเวอร์ตัน แบบไร้ค่าตัวซึ่งก็ดูเป็นเรื่องน่าตกใจมากทีเดียวสำหรับแข้งระดับ อัลลี่

ในตอนแรก หลายคนคงคิดว่าการย้ายมาอยู่กับทีมท็อฟฟี่สีน้ำเงินที่มี แฟรงค์ แลมพาร์ด อดีตกองกลางระดับตำนานช่วยโค้ชจะปลุกฟอร์มการเล่นของ เดเล่ อัลลี่ ให้กลับมาเปล่งปลั่งแต่ผลลัพธ์ดันออกมาตรงกันข้ามหลังเจ้าตัวได้ลงเล่นเป็นตัวจริงเพียง 1 นัด แถมยังยิงประตูไม่ได้เลย ดังนั้นมันคงต้องถึงเวลาแล้วที่ในฤดูกาลใหม่นี้อดีตนักเตะเจ้าของรางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยมของพีเอฟเอ 2 สมัยติดต่อกันจะต้องกลับมาเป็น อัลลี่ ที่ โชเซ่ มูรินโญ่ เคยตามหาให้ได้ มิฉะนั้นอาชีพนักฟุตบอลของเขาคงดิ่งลงเหวไปอีกแน่ๆ

ดีน เฮนเดอร์สัน (น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ *ยืมตัว)

นับตั้งแต่ฉายแววกับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ในฤดูกาล 2019/2020 เส้นทางของผู้รักษาประตูจากอคาเดมี่ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ดูดีขึ้นเรื่อยๆ โดยในช่วงท้ายฤดูกาล 2020/2021 ดีน เฮนเดอร์สัน สามารถแย่งตำแหน่งผู้รักษาประตูตัวจริงทีมปีศาจแดงจาก ดาบิด เด เคอา มาได้ และมีชื่อไปลุยฟุตบอลยูโรเวอร์ชันดีเลย์มา 1 ปี กับ ทีมชาติอังกฤษ ด้วย

อย่างไรก็ตาม โชคชะตาก็ดูจะเล่นตลกกับแข้งวัย 25 ปี เพราะเขาต้องถอนตัวจากทัพ ทรี ไลอ้อนส์ ชุด ยูโร 2020 เนื่องจากอาการบาดเจ็บ นอกจากนี้ในฤดูกาลที่ผ่านมาเจ้าตัวไม่ได้ลงเล่นให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ใน พรีเมียร์ลีก เลยแม้แต่นาทีเดียวจากการกลับมาคืนร่างโหดของ เด เคอา ดังนั้นฤดูกาลนี้ถือเป็นโอกาสอันดีของ ดีน เฮนเดอร์สัน ที่จะได้กลับมาโชว์สเต็ปเซฟประตูอีกครั้งหลังย้ายมาอยู่กับทีมน้องใหม่ ขวัญใจแฟนบอลใจรุ่นเก๋า อย่าง น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ซึ่งถ้าว่ากันด้วยฝีมือโอกาสการกลับมาสร้างชื่อของเจ้าตัวก็ดูจะไม่ยากเย็นนัก

อเล็กซานดาร์ มิโตรวิช (ฟูแล่ม)

“ดีกว่าจะเล่นใน เดอะ แชมเปี้ยนชิพ แต่ยังไม่ดีพอที่จะเล่นใน พรีเมียร์ลีก” นี่อาจจะเป็นคำนิยามที่ดีทีเดียวสำหรับกองหน้าที่ยิงประตูชัยพา ทีมชาติเซอร์เบีย เข้าไปเล่นฟุตบอลโลกปลายปีนี้ที่ กาตาร์ โดยสถิติที่ อเล็กซานดาร์ มิโตรวิช ทำไว้ในลีกอันดับ 2 ของเมืองผู้ดีเข้าขั้นโหดแท้หลังเขาซัดไปทั้งสิ้น 81 ประตูจากการลงเล่น 105 นัด และถ้านับเฉพาะในฤดูกาลล่าสุดเจ้าตัวก็เพิ่งทำลายสถิติเป็นนักเตะที่ยิงในศึก เดอะ แชมเปี้ยนชิพ มากที่สุดใน 1 ฤดูกาลจากการตะบันไป 43 ประตู จาก 44 นัดที่ลงเล่น

แต่ในทางกลับกัน เมื่อ อเล็กซานดาร์ มิโตรวิช ได้โอกาสขึ้นมาเล่นบนลีกสูงสุด ผลงานของเขากลับไม่ค่อยจะสู้ดีนักโดยในฤดูกาล 2018/2019 เขายิงไปเพียง 11 ประตู และจำนวนดังกล่าวก็ลดลงเหลือแค่ 3 ประตู ในฤดูกาล 2020/2021 ดังนั้นในเมื่อ ฟูแล่ม ได้เลื่อนชั้นกลับมาบน พรีเมียร์ลีก อีกครั้ง (เป็นครั้งที่ 3 ในรอบ 5 ปี) เราก็ต้องมาตามดูกันต่อว่ากองหน้าชาวเซิร์บรายนี้จะสามารถนำฟอร์มการพังตาข่ายใน เดอะ แชมเปี้ยนชิพ มาใช้บนเวทีลีกสูงสุดได้หรือยัง ?

ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)

นี่น่าจะเป็นชื่อที่แฟนบอลโดยเฉพาะอย่างยิ่งเหล่า เร้ด อาร์มี่อยากเห็นวาดลวดลายบนสนามมากกว่านี้เพราะนับตั้งแต่ย้ายมายังถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด นักเตะเจ้าของค่าตัว 35 ล้านปอนด์ ใม่ได้รับโอกาสจากกุนซือคนก่อนหน้าอย่าง โอเล่ กุนนาร์ โซลชา มากนักหลังได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในพรีเมียร์ลีกเพียง 4 เกมส์ นอกจากนี้พอได้โอกาสย้ายไปแสดงผลงานที่ เอฟเวอร์ตัน ด้วยสัญญายืมตัวก็ดันมาโดนอาการบาดเจ็บรบกวนอีก

ในที่สุด โชคชะตาก็ดูเหมือนจะเข้าข้าง ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค ซักที หลัง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่งตั้ง เอริก เทน ฮาก คนที่ปลุกปั้นเขาในสมัยค้าแข้งที่ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม มาคุมทีมโดยแข้งชาวดัทช์ลงเล่นไป 110 นัดรวมถึงยิงไปอีก 32 ประตู ภายใต้การกุมบังเหียนของผู้จัดการทีมวัย 52 ปี ดังนั้นนี่ถือเป็นโอกาสที่ดีมากๆสำหรับดาวเตะวัย 25 ปี ที่จะได้เฉิดฉายบนเวที พรีเมียร์ลีก ภายใต้คนที่รู้วิธีการใช้งานเขาและพิสูจน์ให้อดีตเจ้านายอย่าง โซลชา เห็นว่าคิดผิดที่ไม่ส่งเขาลงสนาม

ซาไก

ซาไก

คนป่าหัดเข้าเมืองที่รักและหลงไหลในกีฬาลูกหนังมาตั้งแต่วัยละอ่อน

แชร์เนื้อหา