3 ผู้ตัดสินที่เตรียมแขวนนกหวีดหลังจบพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ | TunGame

ขอให้โชคดี … อำลา 3 เปา พรีเมียร์ลีก

ในที่สุดวันอาทิตย์นี้ก็จะเป็นเกมส์สุดท้ายที่พรีเมียร์ลีกทำการแข่งขันกัน โดยนอกจากเกมส์นี้จะเป็นเกมส์สุดท้ายของนักเตะหลายๆคนที่อยู่รับใช้สโมสรมานานแสนนานเช่น มาร์ค โนเบิ้ล กัปตันทีม เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ที่ตัดสินใจรีไทร์หลังค้าแข้งกับขุนค้อนป็นเวลานานถึง 22 ปี รวมถึง แฟร์นันดินโญ่ ที่ตัดสินใจกลับ บราซิล หลังลงเล่นให้ แมนเชสเตอร์ ซิติ้ เป็นเวลาเกือบทศวรรษ เช่นเดียวกัน สัปดาห์นี้จะเป็นสัปดาห์สุดท้ายของ 3 ผู้ตัดสินชื่อดังของพรีเมียร์ลีกที่ตัดสินใจแขวนนกหวีดหลังแมทช์การแข่งขันในวันอาทิตย์นี้สิ้นสุดลง ดังนั้น ทันเกม จะพาไปพบเรื่องราวน่าสนใจชองเชิ้ตดำทั้ง 3 คนกัน

1. ไมค์ ดีน

เริ่มต้นจากผู้ตัดสินที่สร้างคอนเท้นท์บนโลกโซเชี่ยลอย่างมากมายอย่าง ไมค์ ดีน โดยเขาเริ่มต้นตัดสินเกมส์ในพรีเมียร์ลีกเกมส์แรกในปี 2000 ระหว่าง เลสเตอร์ ซิติ้ กับ เซาธ์แฮมป์ตัน และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเกือบตลอดระยะเวลา 22 ปี เปาวัย 53 ปีมีสิติสุดโหดด้วยการแจกใบเหลืองไปทั้งสิ้น 2,026 ใบ, ใบแดง 114 ใบ รวมถึงให้จุดโทษไปอีก 184 ครั้ง ในระหว่างการตัดสินไปเกือบ 600 แมทช์ที่ผ่านมา

อย่างที่เกริ่นไปก่อนหน้าว่า ไมค์ ดีน ถือเป็นผู้ตัดสินที่โด่งดังบนโลกออนไลน์ด้วยพฤติกรรมหรือการกระทำต่างๆที่ถูกจับภาพได้ในสนามไม่ว่าจะเป็นการแกล้งไม่ให้ลูกบอล เซร์คิโอ กุน อเกวโร่ หลังตำนานชาวอาร์เจนไตน์ทำแฮตทริกได้, การโชว์สเต็ปปล่อยลูกบอลลอดหว่างขาในระหว่างเกมส์การแข่งขัน (ซึ่งอันที่จริงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไรเพราะ ดีน เคยเป็นแชมป์เต้นมาก่อน) รวมถึงการแจกใบเหลืองกับนักเตะโดยไม่มองหน้าเหมือนกับการยิงที่ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ ของ ลิเวอร์พูล เคยทำบ่อยๆ

นอกจากนี้แฟนบอล อาร์เซน่อล กว่า 100,000 คน ยังเคยลงชื่อเพื่อให้พรีเมียร์ลีกทำการแบน ไมค์ ดีน จากการตัดสินเพราะมันมีเหตุการณ์หลายๆเหตุการณ์ที่เชิ้ตดำคนนี้แสดงอากัปกริยาเหมือนกับว่าเชียร์ ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ ในระหว่างเกมส์ที่เขาตัดสินทีมไก่เดือยทอง ซึ่งท้ายที่สุดความจริงก็ถูกเปิดเผยงว่าอันที่จริง ดีน เป็นแฟนบอลพันธุ์แท้ของสโมสร ทรานเมียร์ โรเวอร์

2. โจนาธาน มอสส์

ต้องบอกเลยว่าผลงานของผู้ตัดสินวัย 51 ปีที่เป่านกหวีดในพรีเมียร์ลีกตั้งแต่ปี 2014 ได้สร้างเรื่องน่ากังขาไว้อย่างมากมายเริ่มต้นจากในปีแรกที่ มอสส์ ทำงาน เขาเป่าให้จุดโทษถึง 4 ครั้งในเกมส์ระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิติ้ กับ ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ ซึ่ง 2 ใน 4 ลูก ไม่น่าจะเป็นลูกจุดโทษได้เลยโดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกแรกที่ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่  กุนซือของไก่เดือยทองสมัยนั้นออกมาให้สัมภาษณ์หลังจบเกมส์ว่า “มันน่าขันสิ้นดี”

ต่อมาในเกมส์ระหว่าง ลิเวอร์พูล กับ ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ ในปี 2018 ที่เสมอกันไป 2-2 จอน มอสส์ ก็ได้สร้างเรื่องราวคลาบแคลงแฟนบอลใจอีกครั้งหลังมีบทสนทนาของเขากับผู้ช่วยตัดสินหลุดออกมาโดยเขาพูดว่า “จากใจจริง ผมว่าไม่รู้ว่า ลอฟเรน โดนบอลหรือเปล่า แต่ผมตัดสินใจให้จุดโทษกับ สเปอร์ ไว้ก่อน” ซึ่งนั่นดูจะเป็นการตัดสินที่ไม่ค่อยจะถูกต้องเท่าไหร่และทำให้ เจอร์เก้น คล็อปป์ ฟิวส์ขาดและให้สัมภาษณ์ว่า “ถ้าผมพูดอะไรออกไป ผมคงทำสถิติโดนค่าปรับเยอะที่สุดในโลกอย่างแน่นอน”

ท้ายที่สุด ถ้าในฤดูกาลนี้ แมนเชสเตอร์ ซิติ้ คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกไปครอง เรื่องราวของ จอน มอสส์ ก็คงจะถูกหยิบขึ้นมาเป็นประเด็นเพราะเขาถือว่ามีส่วนเล็กๆที่ทำให้เรือใบสีฟ้าป้องกันแชมป์ไว้ได้หลังตัดสินใจให้จุดโทษกับทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ในเกมส์เปิดบ้านเฉือนชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส 1-0 จากจุดโทษน่าสงสัยที่ มอสส์ ให้ทั้งที่ลูกบอลแค่ไปติดรักแร้ของ ชูเอา มูตินโญ่ ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นจริง นี่จะเป็นการปิดฉากการเป่านกหวีดปีสุดท้ายของเขาที่ทำร้ายจิตใจแฟนบอล ลิเวอร์พูล อย่างสุดๆ

3. มาร์ติน แอตกินสัน

ผู้ตัดสินวัย 51 ปี ถือว่ามีใจรักในอาชีพผู้ตัดสินอย่างแท้จริงโดยเขาเริ่มต้นอาชีพนี้ตั้งแต่อายุ 16 ขวบและใช้เวลาไต่เต้าอีก 17 ปีเพื่อจะได้มาทำหน้าที่เชิ้ตดำบนพรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกซึ่งเกิดขึ้นในปี 2004 ระหว่างเกมส์ คริสตัล พาเลซ กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

โดยถึงแม้จะไม่ได้มีช็อตตัดสินแบบค้านสายตาแฟนบอลมากนัก แต่เปาผู้เป็นแฟนบอล ลีดส์ ยูไนเต็ด เคยโดนผู้จัดการทีมอย่าง เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่คุมทีมที่เป็นอริกับทีมของตนเองด่าว่า “การตัดสินของเขาทำให้แฟนบอลเสื่อมศรัทธากับการทำงานของกรรมการ” หลังเขาโดนกล่าวหาว่าเป่าเข้าข้าง เชลซี ในเกมส์ที่พบกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อปี 2009 นอกจากนี้ เวย์น รูนี่ย์ ยังออกมาบอกว่า แอตกินสัน เป็นผู้เล่นคนที่ 12 ของเชลซีในเกมส์ดังกล่าวอีกด้วย

ส่วนอีก 1 เรื่องที่น่าสนใจของ มาร์ติน แอตกินสัน คือเขาไม่ถูกกับอดีตผู้ตัดสินชื่อดังอย่าง มาร์ค แคลตเทนเบิร์ก โดยอดีตเปาพรีเมียร์ลีกผู้นี้เปิดเผยว่า “เราไม่เคยญาติดีกันเลย มีอยู่ครั้งหนึ่งที่เราเตะบอล ผมปะทะกับ แอตกินสัน และเขาก็เหวี่ยงหมัดใส่ผมทันที ซึ่งผมก็เหวี่ยงหมัดโต้กลับไปเช่นเดียวกัน”

และนี่ก็เป็นเรื่องราวของ 3 เชิ้ตดำที่จะอำลาเวทีพรีเมียร์ลีกไปหลังสิ้นสุดฤดูกาลนี้ซึ่ง ทันเกม ก็อยากจะอวยพรให้พวกเขาทั้ง 3คนมีความสุขหลังแขวนอาชีพเป่านกหวีดและได้ใช้เวลากับครอบครัวเยอะๆในช่วงสุดสัปดาห์หลังต้องเดินทางไปมาทั่วประเทศตลอดในช่วงระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา

ตารางการแข่งขัน ตารางผลบอล

เต็งแชมป์ EPL

ซาไก

ซาไก

คนป่าหัดเข้าเมืองที่รักและหลงไหลในกีฬาลูกหนังมาตั้งแต่วัยละอ่อน

แชร์เนื้อหา