3 (อดีต)แข้งพรีเมียร์ลีกที่ถูกบังคับให้ย้ายออกจากสโมสรที่รัก | TunGame

คำว่ารักคงยังไม่พอ … 3 นักเตะที่จำใจย้ายออกจากทีมที่ตนเองรัก

เนื่องด้วยดีลของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับ เฟรงกี้ เดอ ยอง ดูจะมีความชุลมุนซับซ้อนเพราะถึงแม้ทีมปีศาจแดงจะตกลงค่าตัวกับทาง บาร์เซโลน่า ได้แล้วแต่เพราะจะด้วยเรื่องค้างค่าเหนื่อยหรือความภักดีอะไรก็ตามแต่ ดาวเตะทีมชาติฮอลแลนด์ก็แสดงท่าทีว่าไม่อยากย้ายออกจากถิ่น คัมป์ นู ดังนั้น ทันเกมจะพาไปพบกับอดีต 3 แข้งพรีเมียร์ลีกที่เคยต้องจำใจย้ายออกจากสโมสรที่ตนเองผูกผัน จะมีใครบ้างนั้น ไปติดตามรับชมกัน

แอนดี้ แคร์โรลล์ (จาก นิวคาลเซิ่ล ยูไนเต็ด ไป ลิเวอร์พูล)

ในช่วงเริ่มต้นอาชีพการค้าแข้ง ศูนย์หน้าร่างโย่งกำลังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมโดยในฤดูกาล 2009/2010 เขาซัดไป 19 ประตูจาก 42 นัด ช่วยพาทีมรักอย่าง นิวคาลเซิ่ล ยูไนเต็ด เลื่อนชั้นกลับสู่ พรีเมียร์ลีก ยิ่งไปกว่านั้นฟอร์มการผลิตประตูของ แอนดี้ แคร์โรลล์ ยังคงร้อนแรงอย่างต่อเนื่องหลังยิงให้ทีมสาลิกาดงไปถึง 11 ประตู จาก 20 นัด ในช่วงครึ่งแรกของฤดูกาล 2010/2011

อย่างไรก็ตามการย้ายไป ลิเวอร์พูล ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของ แอนดี้ แคร์โรลล์ ซึ่งในภายหลังอดีตแข้งทีมชาติอังกฤษได้ออกมาเปิดเผยว่าอันที่จริงเขาโดนบังคับให้ย้ายออกจากถิ่น เซนต์ เจมส์ พาร์ค “ในตอนนั้นผมกำลังคุยเรื่องสัญญาใหม่แต่อยู่ดีๆ อลัน พาร์ดิว (ผู้จัดการทีม นิวคาลเซิ่ลฯ ในสมัยนั้น) บอกว่าพวกเราจะไม่ต่อสัญญาใหม่กับคุณแล้ว ซึ่งผมก็ถามว่าทำไม ? พาร์ดิว ตอบกลับว่า การตัดสินใจไม่ได้ขึ้นอยู่กับเขาและเราได้ตอบรับข้อเสนอของ ลิเวอร์พูล เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ” นอกจากนี้แข้งวัย 33 ปี ได้พูดปิดท้ายว่า “ผมไม่อยากย้ายแต่บอร์ดบริหารไม่ต้องการผมและแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าพวกเขาสนแต่เงิน”

โจ ฮาร์ท (จาก แมนเชสเตอร์ ซิติ้ ไป โตริโน่)

ก่อนที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า จะเข้ามากุมบังเหียน แมนเชสเตอร์ ซิติ้  อดีตผู้รักษาประตูมือ 1 ทีมชาติอังกฤษถือเป็นนักเตะคนสำคัญของสโมสรหลังลงเล่นไปกว่า 347 นัด พร้อมพาทีมเรือใบสีฟ้าคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก 2 สมัย กับ แชมป์เอฟเอคัพ อีก 1 สมัย อย่างไรก็ตามเมื่อเข้าสู่ยุคของกุนซือกาตาลัน เป๊ป ก็แสดงให้เห็นว่า โจ ฮาร์ท ไม่ใช่นักเตะที่เขาต้องการด้วยการคว้าตัว เคลาดิโอ บราโว่ จาก บาร์เซโลน่า รวมทั้งดัน วิลลี่ กาบาเยโร่ ขึ้นมาเป็นมือ 2

ซึ่ง โจ ฮาร์ท ได้ออกมาเปิดเผยว่าเขาได้มีการพูดคุยยอดกุนซือแห่งยุคกว่า 2 ชั่วโมงก่อนย้ายทีมเพื่อขอโอกาสในการพิสูจน์ตัวเองแต่นั่นก็ไม่อาจเปลี่ยนใจ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ได้ “ผมต้องการที่จะลงเล่นกับกุนซือที่ดีที่สุดในโลกและขอโอกาสในการพิสูจน์ตัวเอง แต่เมื่อเขาพูดว่า แน่นอนคุณจะได้รับโอกาสแต่ … เมื่อมีคำว่า แต่ เมื่อไหร่สำหรับผมมันหมายความว่าเขาตัดสินใจไปแล้ว” อย่างไรก็ตามถึงแม้จะปิดฉากในถิ่น เอติฮัด สเตเดี้ยม ได้ไม่สวยนักแต่ผู้รักษาประตูที่ปัจจุบันค้าแข้งกับ กลาสโกว์ เซลติก ก็ยังพูดให้เกียรติถึงสโมสรเก่าที่เขาอยู่มาตั้งแต่ปี 2006 ว่า “ผู้คนที่ แมนเชสเตอร์ ซิติ้ จะอยู่ในใจผมตลอดไป”

ยาป สตัม (จาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไป ลาซิโอ)

เป็นดีลที่น่าตกใจพอสมควรหลังปราการหลังชาวดัตช์ของทีมปีศาจแดงถูกขายไปให้กับ ลาซิโอ ด้วยค่าตัว 15.3 ล้านปอนด์ แบบสายฟ้าแลบเพราะตลอดระยะเวลา 3 ปี ที่อยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เจ้าตัวโชว์ฟอร์มได้อย่างแข็งแกร่งและเป็นผู้นำในแนวรับของทีมซึ่งแชมป์พรีเมียร์ลีก 3 สมัย , แชมป์เอฟเอคัพ , แชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก รวมถึงรางวัลกองหลังยอดเยี่ยมของ ยูฟ่า 2 สมัยติดต่อกัน (ฤดูกาล 1999/2000 และ ฤดูกาล 2000/2001) เป็นเครื่องการันตีความยอดเยี่ยมของ ยาป สตัม ได้เป็นอย่างดี

ในตอนแรกการที่เขาถูกขายไปยังกรุงโรมนั้น ผู้คนเข้าใจว่าเกิดจากหนังสืออัตชิวประวัติของเจ้าตัวที่มีการวิจารณ์ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน บรมกุนซือของสโมสร อย่างไรก็ตาม ยาป สตัม ได้ออกมาเปิดเผยว่าสาเหตุที่แท้จริงทำให้เขาต้องย้ายออกจากที่ที่เขาเรียกว่า “บ้าน” คือเรื่องของเงินๆทองๆมากกว่า “ในตอนนั้น ผมกับนักเตะอีก 3-4 คนที่เป็นเหมือนตัวแทนของแข้งในทีมได้มีการประชุมกับบอร์ดบริหารและพวกเขาได้แจ้งกับเราว่าจำเป็นต้องขายนักเตะออกเพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเงินของสโมสร” ท้ายที่สุดข้อเสนอที่ยื่นเข้ามาของ ลาซิโอ นั้นดูจะเข้าท่ามากที่สุดโดย สตัม กล่าวว่า “ผมอยู่มา 3 ฤดูกาล ได้แชมป์ทุกอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซื้อผมมาประมาณ 10-11 ล้านปอนด์ และมีคนยื่นเข้ามา 15-16 ล้านปอนด์ มองในมุมของสโมสรมันก็ถือว่าเป็นดีลที่สมเหตุสมผลมากเลยทีเดียว”

ซาไก

ซาไก

คนป่าหัดเข้าเมืองที่รักและหลงไหลในกีฬาลูกหนังมาตั้งแต่วัยละอ่อน

แชร์เนื้อหา