3 เหตุผลที่น่ากังวลเกี่ยวกับ “ดาร์วิน นูนเญซ” | TunGame

ณ เวลานี้ ชื่อที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดในโลกฟุตบอล คงหนีไม่พ้น “ดาร์วิน นูนเญซ” ที่กำลังจะกลายเป็นนักเตะรายใหม่ของทีมหงส์แดง “ลิเวอร์พูล” ด้วยค่าตัวสถิติสโมสรสูงถึง 100 ล้านยูโร 

ถือว่าเป็นหนึ่งในการเสริมทัพที่น่าจับตามองสำหรับ “ลิเวอร์พูล” ในซัมเมอร์นี้ แน่นอนว่าแฟนบอลคงได้เห็นลีลาการเล่น ความเร็วที่จัดจ้าน และทักษะการจบสกอร์อันเฉียบคมของกองหน้าดาวรุ่งวัย 22 ปีรายนี้กันไปบ้างแล้ว

แต่ถ้ามองให้ลึกลงไป ถึงสภาพร่างกาย และ ฟอร์มการเล่นอันร้อนแรงในวัยเพียง 22 ปี ยังมีบทพิสูจน์อีกมากมายให้กองหน้าชาวอุรุกวัยรายนี้ต้องพิสูจน์ตัวเองในการก้าวไปเป็นผู้เล่นระดับโลกเหมือน โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ หรือ คาริม เบนเซม่า

และนี่คือ 3 เหตุผลที่น่ากังวลเกี่ยวกับว่าที่กองหน้าตัวใหม่ของหงส์แดง “ลิเวอร์พูล” อย่าง “ดาร์วิน นูนเญซ”

ทุกการลงทุนมี “ความเสี่ยง”

1. อาการบาดเจ็บรุนแรงในช่วงเริ่มต้นอาชีพของ “ดาร์วิน นูนเญซ”

ดาร์วิน นูนเญซ ในวัย 14 ปี ถือว่าเป็นดาวรุ่งที่น่าจับตามองและมีพัฒนาการอย่างรวดเร็ว เมื่อเทียบกับดาวรุ่งคนอื่นๆในวัยเดียวกัน เขาได้ย้ายไปอยู่อะคาเดมี่ของ เปนยารอล สโมสรอันดับหนึ่งของประเทศอุรุกวัย แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์ใหญ่ขึ้น เขาได้รับบาดเจ็บเอ็นไขว้หน้าขาด เป็นอาการบาดเจ็บที่ร้ายแรงที่สุดสำหรับนักฟุตบอล 

ทำให้กองหน้าดาวรุ่งรายนี้ต้องพักนานถึง 10 เดือน ถือเป็นเรื่องที่ร้ายแรงมากสำหรับดาวรุ่งที่ยังไม่เคยได้เตะอาชีพ ทักษะและสภาพร่างกายจะพัฒนาได้ช้ากว่าเด็กวัยเดียวกัน 

แต่ด้วยความใจสู้ อดทนทำกายภาพ รวบรวมพลังใจ จนสามารถกลับมาเล่นฟุตบอลได้อีกครั้ง แต่แล้วความโชคร้ายยังไม่หมดลงแค่นี้ หลังจากการคัมแบ็คกลับมาได้เพียงไม่กี่วัน ดาร์วิน นูนเญซ ก็ได้รับบาดเจ็บที่เอ็นลูกสะบ้า ตรงหัวเข่าข้างเดิมเป๊ะๆ 

การต้องหยุดพักเป็นเวลานานส่งผลต่อการพัฒนาของนักฟุตบอลเป็นอย่างมาก รวมถึงอาการบาดเจ็บที่รุนแรงในตำแหน่งเดิมถึงสองครั้งติดกัน ทำให้เป็นปัจจัยที่น่ากังวลถึงสภาพร่างกายของ ดาร์วิน นูนเญซ ว่าที่กองหน้าหงส์แดง ลิเวอร์พูล ในการมาเล่นลีกที่ต้องใช้ร่างกายอย่างหนักอย่าง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

2. ความกดดันระดับสูงและความสามารถที่ยังเป็นข้อสงสัยของ “ดาร์วิน นูนเญซ”

แน่นอนว่าด้วยค่าตัวมหาศาลระดับ 100 ล้านยูโร ของ ดาร์วิน นูนเญซ ต้องมีความคาดหวังอย่างมากในแง่ของฟอร์มการเล่นที่ต้องสามารถยกระดับทีม ลิเวอร์พูล รวมถึงการสร้างความแตกต่างในแมตซ์สำคัญและการเป็นตัวเปลี่ยนเกม  

การทดแทนซุปตาร์ที่กำลังจะจากไปอย่าง ซาดิโอ มาเน่ นี่ถือเป็นความกดดันที่สูงมากเมื่อเทียบกับอายุในวัย 22 ปี ของอดีตศูนย์หน้า เบนฟิก้า และยิ่งในยุคของโซเชียลมีเดียที่การวิเคราะห์วิจารณ์จากแฟนบอล อาจส่งผลต่อสภาพจิตใจของดาวรุ่งรายนี้ ถ้าไม่สามารถโชว์ฟอร์มได้ตามที่เหล่าแฟนบอลคาดหวังไว้ได้

ถึงแม้จะมีฟอร์มอันร้อนแรงในฤดูกาล 2021/2022 ที่ ดาร์วิน นูนเญซ ทำไปถึง 34 ประตู กับอีก 4 แอสซิสต์ ใน 41 เกมส์ รวมทุกรายการ ให้กับ เบนฟิก้า แต่นั่นก็เป็นเพียงแค่ฤดูกาลเดียวของเจ้าตัว เพราะถ้าเทียบกับฤดูกาลก่อนหน้านี้ 2020/2021 ที่ทำได้ 13 ประตู กับ 12 แอสซิสต์

จะเห็นได้ว่ามีเพียงแค่สองฤดูกาลเท่านั้น ที่เป็นผลงานที่จับต้องได้ ซึ่งถ้าเทียบกับ นักเตะในวัยใกล้ๆกันอย่าง เออร์ลิง เบราท์ ฮาแลนด์ แล้วต้องบอกว่ารายนั้นได้ผ่านการพิสูจน์มามากกว่าพอสมควร 

และถ้ายิ่งเจาะลึกลงไปถึงฟอร์มการเล่นแล้ว แฟนบอลอาจได้เห็นการตัดไฮไลท์ช็อตการเล่นในยูทูป หรือโซเชียลมีเดียที่มักจะเห็นการเล่นที่ไม่จบเพลย์ยังมีความไม่เนียนในการเล่นซ่อนอยู่ไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นจังหวะการตัดสินใจ การออกบอล การจับบอล ซึ่งน่าสนใจว่าถ้า ดาร์วิน นูนเญซ ย้ายมาอยู่ในมือ เจอร์เก้น คล็อปป์ แล้วจะเป็นอย่างไร

3. การปรับตัวกับ “พรีเมียร์ลีก อังกฤษ” และระบบการเล่นของ “ลิเวอร์พูล”

ปัจจัยสุดท้ายที่ถึงแม้จะเป็นเรื่องพื้นฐานแต่ก็ไม่สามารถมองข้ามได้เพราะที่ผ่านมานั้นก็มีให้เห็นกันมานับไม่ถ้วนแล้ว สำหรับนักเตะที่โชว์ผลงานได้ดีกับทีมเก่า แต่พอย้ายทีมแล้วฟอร์มหาย กลายเป็นเหมือนคนละคน ยกตัวอย่างเช่น โรเมลู ลูกากู ที่ทำผลงานได้ดีกับ อินเตอร์ มิลาน ในระบบ 3-5-2 ของ อันโตนิโอ คอนเต้ แต่พอย้ายมา เชลซี ที่เล่นหลังสามเหมือนกันแต่เป็นระบบ 3-4-3 ของ โธมัส ทูเคิ่ล กองหน้าชาวเบลเยียม ก็ไม่สามารถหาฟอร์มเก่งสมัยอยู่ อินเตอร์ มิลาน ได้อีกเลย

ด้วยระบบการเล่นที่ผ่านมาของ ดาร์วิน นูนเญซ นั้นเคยเล่นในระบบ 3-4-3 , 4-4-2, และ 4-2-3-1  แต่มีเพียงระบบเดียวเท่านั้นที่เค้าไม่เคยเล่นนั่นคือ ระบบ 4-3-3 ระบบหลักของหงส์แดง ลิเวอร์พูล และ เจอร์เก้น คล็อปป์ ถึงแม้ว่าอดีตกุนซือของเสือเหลืองนั้นจะเคยเล่นในระบบ 4-2-3-1 ในสมัยที่ยังมีโคตรเพชฌฆาตอย่าง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ อยู่

อย่างไรก็ตามเราจะเห็นได้ว่ากุนซือวัย 54 ปีรายนี้ มักจะปรับแผนการเล่นตามทรัพยากรที่มีอยู่ เห็นได้ชัดเจนจากการเล่นในระบบที่ไม่มีกองหน้าตัวเป้า เพราะมีฟอลส์ไนน์ อย่าง โรแบโต้ ฟีร์มีโน่ และก็ยึดระบบนี้มาตลอด 


น่าสนใจว่าการมาของกองหน้าตัวเป้าสถิติสโมสรอย่าง ดาร์วิน นูนเญซ แล้ว เจอร์เก้น คล็อปป์ จะปรับระบบการเล่น หรือ ยึดระบบเดิมแต่เปลี่ยนแท็คติกและรายละเอียดในการเล่นเพื่อให้เหมาะสมกับเขาแทน รวมถึงการปรับตัวในลีกที่เรียกได้ว่ามีการแข่งขันที่สูงที่สุดในโลกอย่าง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แล้ว “ดาวิน นูนเญซ” จะสามารถตอบแทนค่าตัว 100 ล้านยูโร และสามารถก้าวไปเป็นกองหน้าระดับโลกได้หรือไม่ ผลงานในสนามหลังจากนี้จะเป็นคำตอบครับ

บทความ Commentary อื่นๆ: บทความ

ดาร์วิน นูนเญซ

Team Social

Team Social

แชร์เนื้อหา